บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์คุณภาพระดับสากลมาอย่างต่อเนื่องกว่า 45 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ระดับสากล”

โดยมุ่งสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่เพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมอย่างสม่ำเสมอ บนพื้นฐานของจริยธรรม ธรรมาภิบาล และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) และนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) มาใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบคุณค่า “แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมที่เชื่อถือได้สำหรับทุกคน”

ในปี 2567 มีความท้าทายหลายอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจและด้านสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยจำกัดการเติบโตของอัตรากำไรให้กับภาคอุตสาหกรรมพลาสติกทั้งสิ้น

  • สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาพลังงานและความมั่นคงทางพลังงานในหลายประเทศ ทั้งยังส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกถูกขัดขวาง ซึ่งมีผลต่อการค้าและการลงทุนในระดับสากล
  • การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก สร้างแรงกระเพื่อมต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก ทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ในการหาผู้ผลิตหรือพันธมิตรทางการค้าใหม่ๆ
  • ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อต้นทุนการผลิต รวมถึงกระทบต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ที่พึ่งพาการใช้พลังงานน้ำมัน
  • นโยบายลดการใช้พลาสติกที่มีความเข้มข้นมากขึ้นขณะที่หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรปที่มีนโยบายการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) และมาตรการส่งเสริมการใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ส่งผลโดยตรงต่อภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ

แม้จะมีความท้าทายเหล่านี้ บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปีนี้ มีรายได้รวมจากการขายอยู่ที่ 4,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 865 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25.4% จากปีก่อนซึ่งมีรายได้รวมจากการขาย 3,411 ล้านบาท และมีกำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมา 14.0% เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับตัวเชิงรุกและดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สะท้อนอยู่ในวิสัยทัศน์ กรอบกลยุทธ์ และแผนธุรกิจของบริษัทฯ มาโดยตลอด ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลกและประเด็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพล่าสุด บริษัทฯ ได้ตอกย้ำการเป็นผู้นำบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก ด้วยการขยายฐานผลิตไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นก้าวสำคัญต่อการสร้างการเติบโตที่มั่นคง มุ่งสู่ความยั่งยืนทุกภาคส่วน

ส่งผลให้ในปี 2567 บริษัทฯได้รับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ระดับ “A” ในกลุ่มอุตสาหกรรม โดยอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และติดอันดับ ESG100 เป็นปีที่ 7 ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และได้รับประกาศเกียรติคุณด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainability Disclosure Recognition) ประจำปี 2567 พร้อมได้ร่วมประกาศเจตจำนงขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility-EPR) ผลักดันการใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด และการส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ท้ายสุดนี้ในนามของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และพนักงาน ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา และขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานทุกท่านสำหรับความทุ่มเทในการปฏิบัติงาน เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า บริษัทฯ จะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทฯ ได้อย่างแน่นอน

นางสาว ศศิธร วงศ์วิไล
ประธานกรรมการ