ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มสินค้า
25 พฤศจิกายน 2537
ฝ่ายบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอแจ้งว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยได้สั่งให้รับหุ้นสามัญของบริษัททานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เป็นหลักทรัพย์
จดทะเบียนในตลาด-หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2537 เป็นต้นไป
ตลาดหลักทรัพย์จึงเห็นควรกำหนดให้หุ้นสามัญของบริษัททานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
(THANTAWAN INDUSTRY PUBLIC COMPANYLIMITED) จำนวนหุ้น 8,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้
หุ้นละ10 บาท รวม80 ล้านบาท ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ โดยจัดอยู่ในหมวด
บรรจุภัณฑ์และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "THIP" ทั้งนี้กำหนดให้เริ่มทำการซื้อขายได้ตั้งแต่วัน
ที่ 1 ธันวาคม 2537เป็นต้นไป
- สรุปข้อสนเทศ -
บริษัททานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) THIP
THANTAWAN INDUSTRY PUBLIC COMPANY LIMITED
ที่ตั้งสำนักงานและโรงงาน : 143-144 ซอยกังวาล 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอ
สามพรานจังหวันนครปฐม 73160 โทร. 420-2422 , 4313051-5 FAX : 4313056-7
ประเภทกิจการและลักษณะการดำเนิน : บริษัทเป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกในการดำเนินธุรกิจผลิตและส่งออก
ผลิตภัณฑ์ พลาสติกสำเร็จรูป ซึ่งสามารถแยกตามสายผลิตภัณฑ์ได้ 3 สาย ดังนี้
1. ถุงเปิดปิดได้หรือถุงซิป (Reclosable Bag)ผลิตจากเม็ดพลาสติก Low Density
Polyethylene (LDPE)เนื้อถุงจะมีลักษณะใส มองทะลุผ่านได้ ส่วนมากจะใช้เป็นถุงบรรจุสินค้าหรือ
อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งอาหารด้วย ชนิดของถุงที่บริษัทผลิตได้แก่ ถุงใส่อะไหล่ รถยนต์ ถุงใช้ถนอมอา
หาร (BIO FRESH BAG) ถุงแช่แข็ง ถุงใส่สินค้า ชนิดแขวน เป็นต้น
2. ถุงบาง (ถุงก๊อปแก๊ป หรือถุงช๊อปปิ้ง) ผลิตจากเม็ดพลาสติก High Density
Polyethylene (HDPE) ผิวด้านนอกจะมีลักษณะขุ่น ยับง่าย ชนิดของถุงที่บริษัทผลิตได้แก่ ถุงช๊อปปิ้ง
แบบทรงเสื้อกล้าม ถุงขยะที่อยู่ในรูปแบบของถุงม้วนแบบใช้ภายในและภายนอก บ้าน ถุงแช่เย็น ถุงมือ
(ประเภทใช้ครั้งเดียว) เป็นต้น
3. ผลิตภัณฑ์หลอดดูดเครื่องดื่ม (Drinking Straw) ผลิตจากเม็ดพลาสติก PP
(Polypropylene) ผลิตภัณฑ์หลอดของบริษัท ทุกชนิดได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์ กระทรวง
สาธารณสุข ว่ามีความ ปลอดภัยในการใช้บริโภคอาหารได้ แบ่งได้ดังนี้
1) หลอดชนิดงอได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้มากขึ้น โดย บริษัทเป็นผู้
ผลิตรายแรกในประเทศไทย
2) หลอดตรง
3) หลอดช้อน เป็นหลอดที่มีด้ามปลายตอนล่างบานออก มีลักษณะเหมือน ช้อน ซึ่งสามารถ
ใช้ประโยชน์ได้ 2 อย่าง เป็นทั้งหลอดดูด และช้อนสำหรับ ตักอาหารต่าง ๆ ได้
4) หลอดดูดเครื่องดื่มสำหรับงานปาร์ตี้/กิฟท์ (Party and Gifts Item) มีการผลิต
เป็นรูปแบบและขนาดต่าง ๆ เพื่อความสวยงามและสนุกสนาน เช่น Loop de do เป็นต้น
บริษัทเป็นกิจการที่มีกำลังการผลิตหลอดดูดเครื่องดื่มรายใหญ่ของโลก และมี มูลค่า
การส่งออกสูง ดังนั้นต้นทุนการผลิตของสินค้าชนิดนี้จึงต่ำ เนื่องจากการ ประหยัดจากขนาด (Econany
of Scale) เมื่อเทียบกับแหล่งผลิตอื่น
สำหรับครึ่งปีแรก 2537 บริษัทมีสัดส่วนการจำหน่ายถุงซิป : ถุงบาง : หลอดดูดเครื่องดื่ม :
สินค้าอื่น เท่ากับ 30 : 38 : 29 : 3 โดยสินค้าอื่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมิได้ผลิตเองแต่จัดหามาเพื่อ
บริการเสริมให้แก่ลูกค้าที่ซื้อ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ด้านการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทร้อยละ 92 เป็นการจำหน่ายต่างประเทศ ภายใต้
เครื่องหมายการค้าของลูกค้า โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะทำการสั่งซื้อและเปิด Letter of Credit (L/C)
โดยตรงถึงบริษัท แบ่งเป็นการจำหน่ายผ่าน Importer คิดเป็นร้อยละ 94 ของการจำหน่ายต่างประ
เทศ ส่วนที่เหลือเป็น การจำหน่ายผ่าน Purchasing Agent ซึ่งบริษัทจะจ่ายค่าตอบแทนให้แต่ละราย
ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 1-3 ของยอดขาย โดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของ ยอดขายรวม ตลาด
หลักในการส่งออกคือ กลุ่มประชาคมยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น สำหรับการจำหน่ายสินค้าภายในประ
เทศจะจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า "ทานตะวัน" ซึ่งบริษัทจะจำหน่ายเองโดยตรงให้กับลูกค้า
End User เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ส่วนลูกค้าอื่น ๆ เช่น ห้างแมคโคร ห้างสรรพสินค้า และ
ร้านค้าย่อยอื่น ๆ บริษัทจำหน่ายผ่าน Inchcape Consumer Marketing Limited ซึ่งจะจ่าย
ผลตอบแทนร้อยละ 20 ของราคาสินค้าที่ขายออกสู่ลูกค้า รายย่อย
ด้านการผลิต บริษัทมีโรงงานตั้งอยู่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม บนเนื้อที่ ประมาณ
7 ไร่ ในการประกอบธุรกิจบริษัทจะเป็นผู้ผลิตหลอดดูดเครื่องดื่มและ ถุงซิปเอง สำหรับถุงบางจะมีทั้งที่
ทำการผลิตเองและว่าจ้างโรงงานภายนอก ซึ่งกำหนดแนวทางการผลิตสินค้าถุงบางได้ 3 เกรด คือ
เกรด A เป็นสินค้าใหม่ที่ต้องวิจัยและพัฒนาการผลิต ถือเป็นสินค้าใหม่ เปิดตลาด และเป็นช่วงที่
ให้ผลกำไรสูงสุด จะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 30
เกรด B เป็นสินค้าที่เริ่มเป็นที่รู้จัก มีผู้ผลิตมากรายและเริ่มให้ผลกำไร ลดลง มีสัดส่วนประ
มาณร้อยละ 30
เกรด C เป็นช่วงที่สินค้ามีการผลิตและจำหน่ายในตลาดทั่วไป อัตรา การทำกำไรต่ำ คิดเป็นสัด
ส่วนประมาณร้อยละ 40
ปัจจุบันบริษัทมีการจ้างผลิตจากโรงงานภายนอกประมาณ 9 โรงงาน โดยบริษัทเป็นผู้จัด
หาวัตถุดิบให้ ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการผลิตสินค้าเพื่อ ส่งออก ซึ่งต้องกำหนดเวลาส่งมอบสินค้า
ที่แน่นอน อนึ่งบริษัทไม่ได้ทำสัญญา จ้างผลิตแต่มีเงื่อนไขว่าบริษัทจะเลิกจ้าง หากบริษัทที่รับจ้างผลิตทำ
การผลิต เพื่อส่งออกเอง
บริษัทมีกำลังการผลิตและใช้กำลังการผลิตในครึ่งปีแรก 2537 ดังนี้
กำลังการผลิต (ตันต่อปี)* การใช้กำลังการผลิต (%)
ถุงซิป 2,624 102.9
ถุงบาง 100.0
- ในโรงงาน 1,308 NA.
- จ้างผลิต 3,522 NA.
หลอด 1,800 91.0
* ปรับเต็มปี
โครงสร้างต้นทุนการผลิตของบริษัท โดยเฉลี่ยมีสัดส่วนของวัตถุดิบ เม็ดพลาสติก : ค่าแรง
งาน : โสหุ้ยการผลิต เท่ากับ 48 : 23 : 29
แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ในปีที่ผ่านมาสัดส่วนมูลค่าการสั่งซื้อวัตถุดิบภายใน ประเทศ : ต่างประ
เทศ เท่ากับ 26 : 74 ซึ่งบริษัทพยายามใช้วัตถุดิบ ในประเทศให้มากขึ้น เนื่องจากสามารถติดต่อได้
ง่ายและมีต้นทุนการขนส่ง ถูกกว่า ส่วนแหล่งวัตถุดิบจากต่างประเทศได้จาก ญี่ปุ่น , สิงคโปร์ และ ใน
ระยะหลังเริ่มมีการสั่งซื้อจากเกาหลี ซึ่งได้ราคาถูกกว่าจากญี่ปุ่นและสิงคโปร์
นโยบายในการซื้อวัตถุดิบ จะเวียนสั่งจากทุก ๆ บริษัทที่เคยสั่งซื้อ กันมาก่อนเพื่อรักษาความ
สัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และยังมีการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น หากบริษัทสูญเสียผู้จำหน่ายวัต
ถุดิบรายใดรายหนึ่งไป ก็คาดว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อการผลิตของบริษัท
การให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและการจัดการ ปกติแล้วบริษัทผู้นำเข้า ซึ่งเป็นลูกค้า
ของบริษัทจะมีการเสนอสินค้าใหม่ ๆ มาให้บริษัททำการผลิต เพื่อให้ลูกค้านำไปจำหน่าย โดยลูกค้า
เหล่านี้มักจะมีแนวทางและเทคนิคการ ผลิตอยู่บ้างแล้ว ดังนั้นบริษัทจะร่วมกับลูกค้าทำการวิจัยพัฒนาและ
จัดหา เทคนิคใหม่ ๆ หรือบางครั้งจะได้รับการแนะนำและให้ความช่วยเหลือทาง ด้านเครื่องจักร
โดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนใด ๆ นอกจากการมี ข้อตกลงว่าจะไม่ขายสินค้าชนิดนั้น ๆ ให้
แก่บริษัทอื่น ๆ ในประเทศของลูกค้า หรือประเทศคู่แข่งใกล้เคียงกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง
โครงการดำเนินงานในอนาคต : โครงการที่รวมอยู่ในประมาณการงบการเงิน
1. การลงทุนในสายผลิตภัณฑ์เดิม
หน่วย : ล้านบาท
- - ถุงซิป - ถุงบาง- หลอด - รวม -
- เงินทุน - - - - -
- - อาคารโรงงานรวมที่ดิน - N.A. - N.A. - N.A. - 20.00-
- - เครื่องจักร - 21.11- 11.05- 5.5 - 37.66-
- - อื่น ๆ - - - - -
- - เครื่อง RECYCLE IREMA* - N.A. - N.A. - N.A. - 6.00-
- รวม - N.A. - N.A. - N.A. - 56.31-
- กำลังการผลิตก่อนขยายปี 2537 (ตัน)- 3,840- 5,000- 1,800-10,640-
- กำลังการผลิตหลังขยายปี 2537 (ตัน)- 4,100- 5,500- 1,800-11,400-
- เครื่องจักรใหม่เริ่มทำการผลิตเดือน -ก.ย.37-ก.ย.37-ม.ค.38- N.A. -
* เป็นเครื่องจักรสำหรับหลอม Waste ที่ได้จากขบวนการผลิตเพื่อเป็น วัตถุดิบเม็ดพลาสติก
เข้าสู่ขบวนการผลิตใหม่ คาดว่าจะผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2538
2. การลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่
ถุงพลาสติกย่อยสลายได้ (ถุงขยะสีดำของญี่ปุ่น)
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์พลาสติกแปรรูปทุกชนิดที่ใช้แล้ว มักมีปัญหาว่ามีส่วนทำลาย สภาพแวดล้อม เนื่อง
จากเป็นสารที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ บริษัทจึงผลิตถุงพลาสติกย่อยสลายได้เพื่อช่วย
ลดปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตจากญี่ปุ่น และคาดว่าสินค้าชนิดนี้จะเป็นที่
ต้องการ อย่างรวดเร็วของตลาดโลก โดยบริษัทได้นำเข้าเครื่องจักรจากประเทศเยอรมันนี ในเดือน
กันยายน 2537 โดยมีมูลค่าเครื่องจักร ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และ การฝึกอบรมพนักงานประมาณ
17.65 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทำการผลิตได้ในเดือน พฤศจิกายน 2537
โครงการที่ไม่รวมอยู่ในประมาณการงบการเงิน
1. หลอดสำหรับกล่องบรรจุเครื่องดื่ม (T-STRAW)
บริษัท SANYO PAPER CONTAINER CO.,LTD. เป็นบริษัทผู้ผลิตหลอด T-STRAW ซึ่งเป็น
หลอดสำหรับกล่องบรรจุเครื่องดื่ม โดยในประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ สำหรับติดกับกล่องนม Tetrapack
บริษัทซันโยฯ ได้ร่วมกับบริษัททานตะวัน อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ทำการศึกษาเพื่อผลิต
หลอดชนิดนี้ในประเทศไทย โดยบริษัทจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาถึงขั้นตอนและวิธีการผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น
ในเดือน พฤษภาคม 2537 และรับเครื่องจักรเก่าจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้
เครื่องจักรนี้จะมีกำลังการผลิตหลอดได้เต็มที่ 210 ล้านเส้นต่อปี ซึ่งบริษัท จะต้องขายหลอด T-
STRAW ให้กับบริษัท SANYO ของญี่ปุ่น ปีละ 200 ล้านเส้น ในราคา 19-21 เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อ
กล่อง (1 กล่องบรรจุหลอด 10,000 เส้น) ส่วนที่เหลือที่ผลิตได้จะขายได้เฉพาะในประเทศไทย ยุ
โรป และบางประเทศ ในทวีปเอเซียเท่านั้น ปัจจุบันกำลังดำเนินงานตามโครงการ เนื่องจากบริษัท
ได้ รับเครื่องจักรจากญี่ปุ่นฟรี ซึ่งในการนี้บริษัทจะต้องลงทุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการ นำเข้า, การติดตั้ง
เครื่องจักร การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 5 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่ม
ทำการผลิตได้ในเดือนมกราคม 2538 โดยคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อปีในระยะแรก
และเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในปีต่อ ๆ ไปอันเนื่องมาจากการนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้น
2. ลงทุนในเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิตตามสายผลิตภัณฑ์เดิม บริษัทมีแผนการลงทุนซื้อ
เครื่องจักรขยายกำลังการผลิตตามสายผลิตภัณฑ์ เดิมในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยจะเริ่มดำเนินการตั้ง
แต่ปี 2538 คาดว่าใช้เงิน ลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 128.45 ล้านบาท
จำนวนพนักงาน : ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 บริษัทมีจำนวนพนักงานทั้งสิ้น 1,015 คน แบ่งเป็น
พนักงานประจำสำนักงานกรุงเทพฯ 5 คน
พนักงานประจำโรงงาน 195 คน
รวมพนักงานประจำ 200 คน
คนงานโรงงาน 815 คน
รวม 1,015 คน
ประวัติความเป็นมาโดยสรุป: ปี 2521บริษัททานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อบริษัท
โบลเทค(ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2521 ด้วยทุนจดทะ
เบียน 2 ล้านบาทภายใต้การนำของนายน้ำ มหฐิติรัฐ โดยได้รับ การส่งเสริมการลงทุนในกิจการ
หลอดดูดพลาสติกชนิดงอได้
ปี 2524ได้รับอนุญาตจาก BOI ให้นำเครื่องจักรที่ได้รับการส่งเสริมไปทำ การผลิต
หลอดพลาสติกชนิดตรงได้ แต่มิได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ปี 2529บริษัทมีการพัฒนาการผลิตในโรงงาน โดยการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อวางแผนการ
ผลิตให้มีผลการสูญเสียจากการผลิตต่ำกว่าคู่แข่งขันในต่างประเทศ
ปี 2531บริษัทรับโอนกิจการจากบริษัทมินิเทค จำกัด โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน เพื่อประกอบ
ธุรกิจผลิตถุงพลาสติก โดยการโอนกิจการนั้นเป็นการรับโอนทั้งหนี้สิน และทรัพย์สินรวมทั้งเครื่องจักรที่
ใช้ในการผลิตต่าง ๆ ด้วย
ปี 2532 บริษัทได้รับโอนกิจการของบริษัทซันเฟลกซ์ จำกัด (Sunflex Corporation
Limited) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปพลาสติก ทั้ง นี้บริษัทได้รับโอนกิจการทรัพย์สิน พร้อมทั้ง
สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการ ลงทุนในกิจการผลิตหลอดดูดพลาสติกทั้งชนิดตรงและชนิดงอได้
จากบริษัทซัน เฟลกซ์ จำกัด
ปี 2537 จดทะเบียนแปรสภาพบริษัทมหาชนจำกัด ตามมติของที่ประชุม วิสามัญครั้งที่ 1/2537
และที่ประชุมสามัญครั้งที่ 1/2537 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2537 และ 22 เมษายน 2537 ตามลำดับ
โดยใช้ชื่อว่าบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2537 ใช้ชื่อภาษา
อังกฤษว่า "Thantawan Industry Public Company Limited" มีชื่อย่อว่า "THIP" ภายใต้คณะ
ผู้บริหารงานชุดเดิม
เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้อง : ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ปรากฏดังนี้
ประเภทกิจการ
ชื่อบริษัท และลักษณะธุรกิจ ความสัมพันธ์ รายการระหว่างกัน
1. บริษัททานตะวัน จำกัด Holding Company ถือหุ้นใน THIP -
(ทุนจดทะเบียน 70 ล้านบาท) ร้อยละ 56.39 และ
มีกรรมการบางท่าน
ร่วมกัน
2. บริษัททานตะวันมาร์เก็ตติ้ง Trading Company THIP ถือหุ้นในบริษัท เคยเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์
จำกัด ทานตะวันมาร์เก็ตติ้ง ของ THIP ภายในประเทศ
(ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท) จำกัด ร้อยละ 3.75 แต่เลิกดำเนินการดังกล่าว
และมีกรรมการบางท่าน ตั้งแต่ปี 2534
ร่วมกัน
3. บริษัทฟลาวเวอร์อินเตอร์- ผลิตและจำหน่าย บริษัททานตะวัน จำกัด -
เนชั่นแนล จำกัด ดอกไม้ประดิษฐ์ ถือหุ้นของบริษัทร้อยละ
(ทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท) 81.25 และมีกรรมการ
ร่วมกันกับ THIP
4. บริษัททานตะวันธุรกิจ จำกัด Holding Company มีกรรมการบางท่าน ให้เช่าสำนักงานและโกดัง
(ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท) ร่วมกัน แก่บริษัท โดยมีมูลค่าประมาณ
ปีละ 2.67 ล้านบาท และ
เป็นผู้ขายที่ดิน เนื้อที่ 1,024
ตารางวา ที่ตำบลอ้อมใหญ่
อำเภอสามพราน จังหวัด
นครปฐม ราคา 10 ล้านบาท
ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้ทำการ
ประเมินราคาไว้โดยบริษัท
ไทยประเมินราคา จำกัด
ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2537
คิดเป็นราคาประเมิน 10.24
ล้านบาท ซึ่งมีสัญญาจะซื้อ
จะขายที่ดินให้เรียบร้อยภายใน
ไตรมาสที่ 1 ของปี 2538
5. บริษัทซันทาวเวอร์ จำกัด พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีกรรมการบางท่าน -
(ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท) ร่วมกัน
6. บริษัทมินิเทค จำกัด เดิมเคยผลิตถุงพลาสติก มีกรรมการบางท่าน THIP เคยรับโอนกิจการ
(ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท) ปัจจุบันไม่มีการ ร่วมกัน ของบริษัทในปี 2531
ดำเนินงานแล้ว
7. บริษัทซันเฟลกซ์ จำกัด เดิมเคยผลิตหลอดดูด มีกรรมการบางท่าน THIP เคยรับโอนกิจการ
(ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท) เครื่องดื่ม ปัจจุบันไม่มี ร่วมกัน ของบริษัทในปี 2532
ผลการดำเนินงาน
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน : เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537 (เริ่มทำการซื้อขายวันที่ 1 ธันวาคม 2537)
ประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียน : หุ้นสามัญ 8,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวม 80
ล้านบาท
ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว : หุ้นสามัญ 8,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวม 80
ล้านบาท
การเพิ่มทุน :
(ล้านบาท)
วัน/เดือน/ปี ทุนที่เพิ่ม หลังเพิ่มทุน หมายเหตุ
26 ธันวาคม 2534 20 40 - จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม ตามอัตราส่วนในราคา
ตามมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท
วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
19 พฤษภาคม 2537 16 56 - ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2537 เมื่อวันที่
22 เมษายน 2537 มีมติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่า
หุ้นจากเดิมหุ้นละ 1,000 บาท เป็นหุ้นละ 10
บาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 6 ล้านหุ้น
จัดสรรดังนี้
- จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 800,000 หุ้น ใน
อัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ธนาคาร-
มหานคร จำกัด จำนวน 400,000 หุ้น และ
พนักงาน จำนวน 400,000 หุ้น รวม 1.6
ล้านหุ้น ในราคามูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท
วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
8 กันยายน 2537 24 80 - เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป เมื่อวันที่ 5-8
กันยายน 2537 ในราคาหุ้นละ 67 บาท โดยมี
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอส ซี เอฟ จำกัด
(มหาชน) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์และบริษัท
หลักทรัพย์อื่นอีก 19 แห่ง เป็นผู้จัดจำหน่ายและ
รับประกันการจำหน่าย
- ยังคงเหลือหุ้นที่ยังไม่ได้จัดสรรอีกจำนวน 2
ล้านหุ้น โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเป็น
ผู้พิจารณาจัดสรรต่อไป
รอบระยะเวลาบัญชี : 1 มกราคม - 31 ธันวาคม
ผู้สอบบัญชี : นายสุพจน์ สิงห์เสน่ห์ หรือ นายนิรันดร์ ลีลาเมธวัฒน์ สำนักงาน พีท มาร์วิค สุธี
นายทะเบียนหุ้น : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอส ซี เอฟ จำกัด (มหาชน)
นโยบายการจ่ายเงินปันผล : บริษัทได้ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เมื่อวัน
ที่ 5-8 กันยายน 2537 ว่า "บริษัทมีนโยบายจะจ่ายเงิน ปันผลประจำปีเป็นจำนวน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ
50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีในแต่ละปีตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นไป โดยผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้จะเริ่มได้รับ
เงินปันผลจากผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นไป"
จำนวนผู้ถือหุ้น : ณ วันที่ 23 กันยายน 2537 ปรากฏดังนี้
ร้อยละของ
จำนวนราย จำนวนหุ้น ทุนจดทะเบียน
ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกิน 5/1,000 ของทุนจดทะเบียน 6 5,307,600 66.34
ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นไม่เกิน 5/1,000 ของทุนจดทะเบียน
และไม่ต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย 3,600 2,692,400 33.66
รวม 3,606 8,000,000 100.00
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ : ณ วันที่ 23 กันยายน 2537 จำนวน 6 ลำดับแรก ปรากฏดังนี้
ชื่อ จำนวนหุ้น ร้อยละของทุนจดทะเบียน
1. บริษัททานตะวัน จำกัด 4,511,500 56.39
2. ธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) 400,000 5.00
3. น.ส.อุไรวรรณ บวรกีรติขจร 251,000 3.14
4. นายพิเชฎฐ์ กวีวัฒนกุล 50,200 0.63
5. นายอุทัย สกุลครู 47,500 0.59
6. นายสุรชัย แสงอรุณศิริ 47,400 0.59
รวม 5,307,600 66.34
ผู้ถือหุ้นต่างด้าว : ณ วันที่ 23 กันยายน 2537 บริษัทมีผู้ถือหุ้นต่างด้าว 29 ราย ถือหุ้นรวมกัน
15,700 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.20 ของทุนจดทะเบียน
หมายเหตุ: บริษัทมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นต่างด้าว ตามข้อบังคับของบริษัทข้อ
9 ระบุว่า "หุ้นของบริษัทโอนได้โดย ไม่มีข้อจำกัด เว้นแต่การโอนนั้นเป็นเหตุให้มีคนต่างด้าวถือหุ้นอยู่
ในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 49 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด"
คณะกรรมการ : ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 มีจำนวน 11 ราย ดังนี้
ประธานกรรมการ นายน้ำ มหฐิติรัฐ
รองประธานกรรมการ นายพิฑูร ตรีวิจิตรเกษม
รองประธานกรรมการ นายภาษิต อัสสมงคล
รองประธานกรรมการ นายทวีวัฒน์ ยินอัศวพรรณ
กรรมการผู้จัดการ นายชนินทร์ แสนสุข
กรรมการรองผู้จัดการ นายพิชัย ตั้งวิเทศจิต
กรรมการรองผู้จัดการ นายอนุวัฒน์ สุดมหาตยางกูร
กรรมการ นายปัญญา ศิริพรพิทักษ์
กรรมการ นายบรรเลง ศรนิล *
กรรมการ นายยุทธ วรฉัตรธาร *
กรรมการ นายมานพ นาคทัต *
* กรรมการที่เป็นอิสระ (Indeperdent Director)
ระยะเวลาห้ามจำหน่ายหุ้น : ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และ/หรือกรรมการของบริษัทซึ่งถือหุ้นสามัญจำนวน 4.4
ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 55 ของทุนชำระแล้ว ให้คำรับรองต่อตลาดหลัก ทรัพย์ว่าจะไม่นำหุ้นจำนวนดัง
กล่าวออกจำหน่ายเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่หลักทรัพย์ของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาด
หลักทรัพย์
เงื่อนไขในการรับหลักทรัพย์ : 1. บริษัทได้รับรองต่อตลาดหลักทรัพย์เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ในอนาคต
หากบริษัท มีรายการซื้อขายหรือมีธุรกรรมใด ๆ กับบริษัทที่เกี่ยวข้อง รายการดังกล่าว จะเป็นไปตาม
ราคาตลาด และถือปฏิบัติเช่นเดียวกับบุคคลภายนอกทั่วไป ตลอดจนให้กรรมการอิสระของบริษัทตรวจ
สอบและรายงานเป็นพิเศษต่อตลาด หลักทรัพย์
2. คุณน้ำ มหฐิติรัฐ ประธานกรรมการบริษัทได้รับรองต่อตลาดหลักทรัพย์เป็น ลายลักษณ์อักษรว่า
ในอนาคตหากมีโครงการที่จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์พลาสติกใด ๆ จะดำเนินงานภายใต้
บริษัททานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สถิติ (STATISTICAL SUMMARY) :
พันบาท IN THOUSANDS + บาท/หุ้น B/SHARE* +
+++++++++++++'++++++++++'++++++++++'++++++++++'++++++++'+++++++++++'++++++++++
- - รายได้ -กำไร(ขาดทุน)-กำไร(ขาดทุน)- - - เงินปันผล -
- ปี - จากการขาย - สุทธิ - สุทธิ - เงินปันผล-มูลค่าหุ้นตามบัญชี-ต่อกำไร (%)-
- - TOTAL -NET PROFITS - EARNINGS - - - PAYOUT -
- YEAR - SALES - (LOSS) - (LOSS) -DIVIDEND - BOOK VALUE - RATIO (%)-
"++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++'
- 2534 - 397,623 - 11,025 - 5.51 - - - 16.25 - - -
- 2535 - 385,794 - 14,768 - 3.69 - - - 19.94 - - -
- 2536 - 436,551 - 28,059 - 7.01 - 15.00 - 26.95 - 213.98 -
-งวด 9 เดือน - - - - - - -
-สิ้นสุด 30กย.37 - 380,766 - 28,859 - 5.90 - - - 16.55 - - -
-(สอบทานแล้ว) - - - - - - -
* ปรับให้มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เพื่อเปรียบเทียบ
บริษัททานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม - 31 ธันวาคม
(หน่วย : พันบาท)
สอบทานแล้ว
ตรวจสอบแล้ว เกิดขึ้นจริง สอบทานแล้ว
----- เกิดขึ้นจริง------- งวด 9 เดือน ประมาณการ
2534 2535 2536 ม.ค. - ก.ย. 37 2537
ลูกหนี้การค้า 39,980 46,845 67,677 77,387 71,890
สินค้าคงเหลือ 36,236 54,478 51,874 89,226 63,823
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 70,306 68,416 81,175 114,265 186,914
สินทรัพย์รวม 165,791 196,890 218,506 416,892 383,292
เงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อการส่งออก 20,080 23,068 25,995 49,756 19,930
เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย 12,886 10,877 42,889 57,564 50,610
หนี้สินจากการรับรองตั๋วเงินธนาคาร
- T/R 23,599 35,246 23,529 48,904 19,996
หนี้สินรวม 100,801 117,132 110,689 163,416 113,896
ทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้ว 40,000 40,000 40,000 56,000 80,000
กำไร(ขาดทุน)สะสม 24,990 39,758 67,817 36,676 49,205
ส่วนของผู้ถือหุ้น 64,990 79,758 107,817 92,676 269,396
รายได้จากการขาย 397,623 385,794 436,551 380,766 533,000
รายได้รวม 407,812 396,903 450,784 401,411 552,486
ต้นทุนขาย 308,685 294,584 321,200 281,131 388,267
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร 74,145 76,703 83,809 74,304 93,671
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 11,025 14,768 28,059 28,859 44,779