ทานตะวันอุตสาหกรรมชี้แจงผลประกอบการเปรียบเทียบไตรมาสที่4

20 กุมภาพันธ์ 2538
ทานตะวันอุตสาหกรรมชี้แจงผลประกอบการเปรียบเทียบไตรมาสที่ 4 ปี 2537ที่ลดลงจากไตรมาสที่ 4 ปี 2536 เกินกว่า 20% บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าตามที่บริษัทฯได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เป็น บริษัทจดทะเบียนและเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2537 จากผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสที่ 4 บริษัทฯมีรายได้รวม 192.5 ล้านบาท และกำไร สุทธิ 2.6 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 ปี 2536 ซึ่งบริษัทมีรายได้รวม 136.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7.1 ล้านบาท กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสที่ 4 ปี 2537 ต่ำกว่า ปี 2536 ในระยะเวลาเดียวกันเกินร้อยละ 20 ทางบริษัทฯจึงขอเรียนชี้แจงถึงสาเหตุที่สำคัญคือ 1.ต้นทุนการขายเปรียบเทียบกับยอดขายไตรมาสที่ 4 ปี 2537 ร้อยละ 84.80 ในขณะที่ตัวเลขดัง กล่าวสำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2536 ร้อยละ 78.7 นั่นคือ ต้นทุนการขายเทียบกับยอดขายไตรมาสที่ 4 ปี 2537 สูงกว่าไตรมาสที่ 4 ปี 2536 ร้อยละ 6.1 ในจำนวนนี้จะเป็นค่าวัตถุดิบถึงประมาณร้อยละ 5 ต้นทุนที่สูงขึ้น สาเหตุเนื่องมาจากการขึ้นราคาของเม็ดพลาสติก (โปรดดูรายละเอียดเอกสารแนบ 3) ระหว่างเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2537 เปรียบเทียบกับปี 2536 ในช่วงเดียวกัน ราคาเม็ด PP, HDPE และ LDPE สูงขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 75,64 และ 45 ตามลำดับ 2.การปรับราคาสินค้าไม่สามารถปรับให้ทันกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มอย่างรวดเร็วได้ โดยราคาขาย สินค้าที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2537 สูงกว่า ไตรมาสที่ 4 ของปี 2536 เพียงร้อยละ 19,18 และ 8 ตามลำดับ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบริษัทฯก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน