ทานตะวันอุตสาหกรรม ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส2/38ที่ลดลงเกิน

16 สิงหาคม 2538
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า จากผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริงใน ไตรมาสที่ 2 ปี 2538 ของบริษัทฯ มีรายได้รวม 173.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6.2 ล้านบาท เมื่อ เปรียบเทียบกับผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปี 2537 ซึ่งบริษัท มีรายได้รวม 136.8 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 9.4 ล้านบาท กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสที่ 2 ปี 2538 ต่ำกว่าปี 2537 ในระยะ เวลาเดียวกันเกินร้อยละ 20 ทาง บริษัทฯ จึงขอเรียนชี้แจงถึงสาเหตุที่สำคัญ คือ 1. ต้นทุนการขายเปรียบเทียบกับยอดรายได้รวมไตรมาสที่ 2 ปี 2538 ร้อยละ 77.6 ในขณะที่ ตัวเลขดังกล่าวสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2537 ร้อยละ 70.9 นั่นคือ ต้นทุนการขายเทียบกับยอดรายได้ รวมไตรมาสที่ 2 ปี 2538 สูงกว่าไตรมาสที่ 2 ปี 2537 ร้อยละ 6.9 (เอกสารแนบหมายเลข 1)ใน จำนวนนี้จะเป็นค่าวัตถุดิบสูงขึ้น สาเหตุเนื่องมาจากการขึ้นราคาของเม็ดพลาสติก (เอกสารแนบหมาย เลข 2) ในไตรมาสที่ 2 เปรียบเทียบ ปี 2538 และ ปี 2537 ราคาเม็ดพลาสติก PP, HDPE และ LDPE สูงขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 96, 79, และ 46 ตามลำดับ 2. การปรับราคาสินค้าไม่สามารถปรับราคาให้สูงเท่ากับการปรับราคาวัตุดิบที่สูงขึ้นได้ ราคา ขายผลิตภัณฑ์หลอด ถุงบาง และถุงซิป ที่ใช้วัตุดิบเหล่านี้ในไตรมาสที่ 2 ของ ปี 2538 สูงกว่าไตร มาสที่ 2 ของ ปี 2537 เพียงร้อยละ 19, 24 และ 8 ตามลำดับอีกทั้งในตลาดมีคู่แข่งสำหรับผลิต ภัณฑ์นี้เพิ่มมากขึ้น ผลกระทบจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นดังกล่าว บริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้นำตลาดสินค้า ประเภทนี้ จึงต้องแบกรับภาระต้นทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดพร้อมทั้งปรับปรุงการผลิตให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น