ทานตะวันอุตสาหกรรม ขอรายงานผลการใช้เงินจากการเพิ่มทุน

25 กรกฎาคม 2540
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ตามประกาศคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเปิดเผยสารสนเทศ เกี่ยวกับการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียน ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2537 ให้จัดทำและรายงาน ผลการใช้เงินในส่วนที่เพิ่มทุนในโครงการต่าง ๆ ทุก 6 เดือนนั้น บัดนี้ บริษัท ทานตะวันอุตสาหรรม จำกัด (มหาชน) ใคร่ขอรายงานดังรายละเอียด ต่อไปนี้คือ 1. การใช้เงินจากการเพิ่มทุนจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2540 แผนงาน งบประมาณ การใช้จริง คงเหลือ ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท % 1.1 การลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ - ผลิตภัณฑ์หลอด T-STRAW 48.0 55.8 0.0 0.0 48.0 55.8 - ผลิตภัณฑ์ถุงย่อยสลายหรือ 12.0 14.0 6.5 7.6 5.5 6.4 กระดาษเทียม รวม 1.1 60.0 69.8 6.5 7.6 53.5 62.2 1.2 การลงทุนเพื่อปรับปรุงและ ขยายกำลังการผลิต - เครื่องจักรผลิตหลอดดูด 26.0 30.2 65.1 73.6 (39.1) (45.5) เครื่องดื่ม/ถุงพลาสติกปิด-เปิด ได้/ถุงพลาสติกบาง - สร้างอาคารโรงงานและ 0.0 0.0 6.7 7.8 (6.7) (7.8) คลังสิน - ปรับปรุงอาคารโรงงาน/ 0.0 0.0 7.7 9.0 (7.7) (8.9) คลังสินค้า รวม 1.2 26.0 30.2 79.5 92.4 (53.5) (62.2) รวมทั้งสิ้น 86.0 100.0 86.0 100.0 0.0 0.0 2. สรุปแผนงานการลงทุน 2.1 โครงการผลิตหลอด T-STRAW เนื่องจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ ของโครง การได้ข้อสรุปว่า เป็นโครงการที่มีผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง จึงได้ยกเลิก แผนการลงทุน 2.2 โครงการผลิตถุงพลาสติกบาง เป็นการขยายกำลังการผลิตถุงมือพลาสติก เพื่อให้ สามารถรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น 2.3 โครงการผลิตถุงพลาสติกปิด - เปิดได้ เป็นการปรับปรุงคุณภาพของถึงพลาสติกปิด - เปิด ได้เนื่องจากเดิมจะใช้วัตถุดิบ คือ เม็ดพลาสติก ชนิด LDPE (Low Density Poly Ethylene) จะมีความทนต่อแรงยืดตัวได้น้อย และเนื้อผลิตภัณฑ์จะมีความใสปานกลาง แต่เมื่อได้ปรับ ปรุงการใช้วัตถุดิบมาเป็นเม็ดพลาสติกชนิด P.P. (Poly Propylene) แล้วผลิตภัณฑ์จะมีความทนต่อ แรงยืดตัวได้มาก และมีความใสมากขึ้น อนึ่ง การใช้เงินจากการเพิ่มทุน จำนวน 86.0 ล้านบาท นี้ บริษัทฯ ได้จัดสรรตรงตามวัตถุประ สงค์ ของการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเมื่อเดือนกันยายน 2537 คือ ใช้ในการขยายและพัฒนาผลิต ภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้มีศักยภาพในการแข่งขัน สูงมากยิ่งขึ้น