บการเงินประจำปี
29 กุมภาพันธ์ 2543
จะขาย และขอคืนเงินที่จ่ายล่วงหน้า จำนวน 20.5 ล้านบาท ตามหนังสือแจ้งยกเลิกลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์
2541 ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่สามารถเรียกคืนได้
นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2537 บริษัทได้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว รวม
4 แปลง โดยไม่มีการทำสัญญาเช่าระหว่างกัน โดยบริษัทได้มีอาคารและส่วนปรับปรุงที่ดินบางส่วนตั้งอยู่บน
ที่ดินดังกล่าวบางแปลง ในปี 2541 บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินย้อนหลังเป็นจำนวน
24.1 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีการเจรจาต่อรองกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว
ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้เข้าทำบันทึกข้อตกลงจำนวน
สองฉบับกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวโดยสามารถสรุปได้ดังนี้
(1) บริษัทตกลงที่จะจ่ายค่าชดเชยในการใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้ง 4 แปลง ที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี
2537 เป็นเงินรวม 6.5 ล้านบาท ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 (บริษัทได้บันทึกค่าชดเชยในการใช้
ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2542 ทั้ง
จำนวน)
(2) บริษัทตกลงเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคาร และที่ดินอีก 4 แปลง โดยยินยอมเสียค่าเช่า
ที่ดินพร้อมอาคารในอัตราตารางเมตรละ 120.00 บาทต่อเดือน (เป็นเงิน 444,000 บาทต่อเดือน) และเสียค่า
เช่าที่ดินในอัตราตารางวาละ 50 บาทต่อเดือน (เป็นเงินรวม 252,100 บาทต่อเดือน) ตามลำดับ โดยมีอายุ
การเช่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 (บริษัทได้ทำสัญญาเช่ากับบริษัทที่เกี่ยว
ข้องกันดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2543)
(3) บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวให้คำมั่นว่าภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ในบันทึกข้อตกลงนี้ บริษัทที่
เกี่ยวข้องกันดังกล่าวจะไม่ขายหรือให้เช่าที่ดินพร้อมอาคาร และที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะ
ขายหรือให้เช่ากับบริษัทเท่านั้น พร้อมทั้งตกลงยืนราคาที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินอีกแปลงหนึ่งดังกล่าวใน
ราคา 41.0 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวขอรักษาเงินล่วงหน้าตามสัญญา
จะซื้อจะขายฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 จำนวน 20.5 ล้านบาท ในระหว่างที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดัง
กล่าวได้ให้คำมั่นตามบันทึกข้อตกลงนี้
ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารและที่
ดินอีก 4 แปลง (ตาม (2) ข้างต้น) ในวงเงิน 85.0 ล้านบาท จากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ทั้งนี้ได้มอบ
หมายให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้เจรจาเงื่อนไขการชำระเงินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว โดยจะเสนอต่อ
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ให้ความเห็นชอบต่อไป
บริษัทอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นของบริษัทเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันกับ
บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ในการชำระค่าชดเชยจากการใช้ที่ดิน การเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคาร
และที่ดินอีก 4 แปลง การที่จะให้บริษัทที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเก็บรักษาเงินล่วงหน้าตามสัญญาจะซื้อจะขายที่
ดินพร้อมอาคารฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 และการจะซื้อที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินอีก 4 แปลง ในวง
เงิน 85.0 ล้านบาท โดยบริษัทจะจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 เพื่อให้เป็น
ไปตามประกาศตลาดหลักทรัพย์เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจด
ทะเบียน
8. เงินมัดจำเพื่อซื้อเครื่องจักร
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2542 บริษัทได้ทำสัญญาซื้อเครื่องจักรกับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน
61.75 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ณ วันที่ 30 กันยายน 2542 บริษัทได้จ่ายเงินมัดจำแล้ว 30%
เป็นจำนวนเงิน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และได้แสดงไว้ภายใต้บัญชีสินทรัพย์อื่นในงบดุล
ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรในมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าเครื่องจักร
รวม ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2542 โดยต่อมาได้อนุมัติการขอผ่อนผันต่อไปอีก 2 ครั้ง เป็นภายในวัน
ที่ 16 กันยายน 2542 และวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ตามลำดับ เนื่องจากคู่สัญญาแจ้งว่าได้มีการประกอบ
เครื่องจักรแล้ว เกิดความผิดปกติในการเดินเครื่อง จึงยังไม่สามารถส่งมอบได้ นอกจากนี้บริษัทจะต้อง
จ่ายชำระค่าเครื่องจักร 50% เป็นจำนวนเงิน 30.9 ล้านบาท เมื่อได้รับเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว และอีก
20% เป็นจำนวนเงิน 12.4 ล้านบาท ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการ
ทดสอบแล้ว และหากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบเครื่องจักรจะต้องจ่ายคืนเงินมัดจำแก่บริษัท ต่อมาเมื่อวันที่ 16
ธันวาคม 2542 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรดังกล่าว เนื่องจาก
ฝ่ายผู้จะขายไม่สามารถดำเนินการจัดสร้างและผลิตเครื่องจักรให้ตรงตามคุณสมบัติและคุณภาพที่ผู้จะซื้อ
กำหนดได้ และผู้จะขายตกลงจะคืนเงินมัดจำจำนวน 18.53 ล้านบาท พร้อมเบี้ยปรับอีกจำนวน 0.35 ล้าน
บาท ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2543
ในวันที่ 7 มกราคม 2543 บริษัทได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรสำหรับเครื่องจักรอีกกลุ่ม
หนึ่ง ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญากับบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 19.18 ล้านบาท (ไม่รวมภาษี
มูลค่าเพิ่ม) โดยบริษัทตกลงที่จะจ่ายเงินมัดจำจำนวน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในวันที่ทำ
สัญญาและอีกจำนวนที่เหลือ 0.65 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะจ่ายชำระภายใน 30 วันนับจากวันที่
ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการทดสอบแล้ว โดยผู้จะซื้อตกลงที่จะส่งมอบเครื่องจักรเป็น
3 งวด คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2543 และวันที่ 30 มิถุนายน 2543 จำนวนครั้งละไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ของมูลค่าที่ซื้อเครื่องจักรทั้งหมด และส่วนที่เหลือจะส่งมอบภายในวันที่ 29 กันยายน 2543 ในการนี้บริษัท
ได้จ่ายเงินมัดจำตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรใหม่ โดยเงินมัดจำที่ผู้จะขายจะต้องจ่ายคืน
จากการยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเดิมดังกล่าว
9. วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทมีวงเงินเบิกเกินบัญชีจากธนาคาร จำนวน 41.50 ล้านบาท และ
วงเงินแพคกิ้งเครดิต, วงเงินเลตเตอร์ออฟเครดิตและวงเงินทรัสต์รีซีท อีกจำนวน 588.50 ล้านบาท วงเงิน
เบิกเกินบัญชีดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน
10. ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ประกอบอุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก
โดยจำแนกผลิตภัณฑ์หลักออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ หลอด, ถุงบาง, ถุงชิป ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อขาย
แสดงไว้เป็นประเภทอื่น ๆ โดยสรุปผลการดำเนินงานสำหรับแต่ละปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2542 และ
2541 ได้ดังนี้
พันบาท
2542 2541
หลอด ถุงบาง ถุงซิบ อื่น ๆ รวม รวม
ขายต่างประเทศ : 2542 111,967 180,259 323,491 11,937 627,654 -
: 2541 168,915 226,846 390,709 11,855 - 798,325
ขายในประเทศ : 2542 28,389 6,166 2,896 316 37,767 -
: 2541 20,491 4,559 1,889 321 - 27,260
รวม : 2542 140,356 186,425 326,387 12,253 665,421 -
: 2541 189,406 231,405 392,598 12,176 825,585
กำไรจากการ
ดำเนินงาน : 2542 31,348 7,700 65,599 2,471 107,118 -
: 2541 56,980 32,434 116,894 2,665 - 208,973
รายได้อื่น 5,992 8,667
ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (74,027) (79,560)
ดอกเบี้ยจ่าย (306) (1,107)
ภาษีเงินได้ (11,028) (42,924)
กำไรสุทธิ 27,749 94,049
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 และ 2541 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสมสรุป
ได้ ดังนี้
พันบาท
2542 2541
หลอด ถุงบาง ถุงซิบ รวม รวม
ทรัพย์สินที่ใช้แยกตามผลิตภัณฑ์
: 2542 15,271 40,856 56,368 112,495 -
: 2541 17,363 44,434 49,868 - 111,665
ทรัพย์สินส่วนกลาง 14,360 14,475
รวมที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 126,855 126,140
11. การจัดสรรกำไร
ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 ได้มีมติให้บริษัทให้จัดสรรสำรองตาม
กฎหมายสำหรับปี 2541 เป็นเงิน 2,344,267.61 บาท และมีมติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของ
บริษัทในรอบปี 2541 ในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 14.0 ล้านบาท
ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2541 ได้มีมติให้บริษัทให้จัดสรรสำรอง ตาม
กฎหมายในอัตราร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2540 เป็นเงิน 1,631,520.32 บาท และมีมติจ่ายเงินปัน
ผลจากผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2540 ในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 10
ล้านบาท
12. สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน
เงินฝากธนาคารจำนวน 1.15 ล้านบาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างส่วนหนึ่งได้ใช้เป็นหลัก
ประกันภาระหนี้สินทุกประเภทที่มีกับธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2542 บริษัทได้ขอไถ่ถอนหลัก
ประกันที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้ว
บริษัทได้นำบัตรเงินฝากของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งจำนวน 8.1 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำ
ประกันเงินกู้กับธนาคารแห่งหนึ่ง
13. การจัดประเภทบัญชีใหม่
บริษัทได้จัดประเภทบัญชีบางบัญชีในงบการเงินสำหรับงวดปี 2541 ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการ
แสดงรายการในงบการเงินสำหรับงวดปี 2542
14. เรื่องอื่น
ก) ภูมิลำเนาและสถานะทางกฎหมายของบริษัท
บริษัทได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดกับกระทรวงพาณิชย์
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537 โดยมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ณ เลขที่ 143-144 หมู่ 8 ซอยกังวาล 2 ถนนเพชร
เกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ข) ลักษณะการดำเนินงานและกิจกรรมหลัก
บริษัทดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก
ค) ชื่อบริษัทใหญ่
บริษัทใหญ่ของบริษัทคือ บริษัท ทานตะวัน จำกัด
ง) จำนวนพนักงาน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทมีพนักงานจำนวนประมาณ 1,327 คน
จ) ข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่าย
รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2542 และ
2541 มีดังนี้
พันบาท
2542 2541
ค่าเสื่อมราคา 19,369 19,344
ค่าใช้จ่ายตัดบัญชี 4,618 5,870
ค่าใช้จ่ายพนักงาน 150,786 136,088