ชี้แจงผลการดำเนินงาน
15 พฤษภาคม 2543
ที่ TP-MT/078/43 (FC079/43)
วันที่ 15 พฤษภาคม 2543
เรื่อง ขอนำส่งงบการเงินฉบับสอบทาน ประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2543 และปี 2542 และชี้ แจง
ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบระหว่างไตรมาส
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย : งบการเงินฉบับสอบทาน และรายงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไตรมาสที่ 1 ของปี
2542 - 2543 จำนวน 2 ฉบับ (ภาษาไทย 1 ฉบับ และภาษาอังกฤษ 1 ฉบับ)
อ้างถึงข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าด้วยเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดทำ
และส่งงบการเงิน และรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2536 ให้ชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันของ
ปีก่อน เกินกว่าร้อยละ 20 นั้น
ขณะนี้ บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ใคร่ขอชี้แจงสาเหตุหลักที่ทำให้ผล
การดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2543 เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2542 ได้ดังนี้ คือ
1. รายได้รวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 165.56 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ของปี 2542 เป็น
196.80 ล้านบาท ของช่วงเดียวกันในปี 2543 โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.87 นั้นมี
สาเหตุมาจาก :
1.1 รายได้จากการขายสินค้าในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 4.11 ล้านบาท
ในไตรมาสแรกของปี 2542 เป็น 4.91 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2543 หรือ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.39
1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินเหรียญสหรัฐฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 36.99 บาท
ในไตรมาสแรกของปี 2542 เป็น 37.46 บาท ในไตรมาสแรกของปี 2543 หรือ
มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.28
2. พิจารณาเปรียบเทียบงบการเงินในลักษณะ Financial Common Size Statement จะ
เห็นว่า :
2.1 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 73.56 ในไตรมาสแรกของปี 2543 จากร้อยละ
65.74 ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.78 เนื่องจากราคาวัตถุ
ดิบเม็ดพลาสติกสูงขึ้นจากราคาเฉลี่ย 23 บาท เป็น 28 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ
22 เป็นเหตุให้กำไรขั้นต้นลดลงจากร้อยละ 30.54 เป็นร้อยละ 24.42 หรือลด
ลงประมาณร้อยละ 6.12
2.2 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 21.14 จากร้อยละ 21.10 ใน
ไตรมาสที่ 1 ของปี 2543 และ 2542 ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 19.06 เนื่อง
จากค่าขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เป็นผลจากวิกฤตราคาน้ำมัน
3. จากสาเหตุข้างต้น ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ลดลงเหลือ 7.15 ล้านบาทในไตรมาส
ที่ 1 ของปี 2543 โดยลดลงจาก 14.70 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิด
เป็นร้อยละ 51.36
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายพิฑูร ตรีวิจิตรเกษม) (นายพิชัย ตั้งวิเทศจิต)
กรรมการ กรรมการ
2