บการเงินไตรมาสที่ 1
15 พฤษภาคม 2543
ของธนาคารกรุงไทย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และวันที่ 31 ธันวาคม 2542 บัตรเงินฝากดังกล่าวติดภาระ
ค้ำประกันเงินกู้ยืมต่าง ๆ กับธนาคารแห่งหนึ่ง และ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 บริษัทได้แสดงบัตรเงินฝาก
รวมไว้ในบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงิน ภายใต้หัวข้อ "เงินลงทุนระยะสั้น" ในงบดุล
6. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
บัญชีนี้ ประกอบด้วย
พันบาท
ยอดตามบัญชี จำนวน จำนวน ยอดตามบัญชี วิธีการคิด อายุการ มูลค่าตาม
ณ 31 ธค.42 ที่เพิ่มขึ้น ที่ลดลง ณ 31 มีค.43 ค่าเสื่อม ใช้งาน บัญชีสุทธิ
ราคา (ปี) 31 มีค. 43
ราคาทุน
ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน 16,198 - - 16,198 เส้นตรง 5-20 12,772
อาคารและส่วนปรับปรุงอาคาร 47,962 - - 47,962 เส้นตรง 5-20 20,700
เครื่องจักรและอุปกรณ์ 183,570 6,569 - 190,139 เส้นตรง 5-10 75,204
เครื่องมือเครื่องใช้ 12,499 468 - 12,967 เส้นตรง 5 3,496
เครื่องตกแต่งติดตั้งและเครื่องใช้ฯ 6,317 19 - 6,336 เส้นตรง 5 766
ยานพาหนะ 15,420 95 (363) 15,152 เส้นตรง 5 3,757
งานระหว่างก่อสร้างและเครื่องจักร
ระหว่างการติดตั้ง 12,728 1,865 (6,575) 8,018 8,018
รวม 294,694 9,016 (6,938) 296,772
หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (167,839) (4,583) 363 (172,059)
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 126,855 124,713 124,713
7. ที่ดินและเงินล่วงหน้าเพื่อซื้อทรัพย์สินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2540 บริษัทได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารกับบริษัทที่เกี่ยว
ข้องกันแห่งหนึ่ง จำนวนเงินตามสัญญารวมทั้งสิ้น 41 ล้านบาท โดยบริษัทได้ชำระแล้ว 50% ในวันทำสัญญา
เป็นจำนวนเงิน 20.5 ล้านบาท ต่อมาในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2541 และวันที่ 30
มิถุนายน 2541 ผู้ถือหุ้นได้มีมติไม่อนุมัติให้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว บริษัทจึงได้แจ้งยกเลิกสัญญาจะซื้อ
จะขาย และขอคืนเงินที่จ่ายล่วงหน้า จำนวน 20.5 ล้านบาท ตามหนังสือแจ้งยกเลิกลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์
2541 ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่สามารถเรียกคืนได้
นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2537 บริษัทได้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว รวม 4
แปลง โดยไม่มีการทำสัญญาเช่าระหว่างกัน โดยบริษัทได้มีอาคารและส่วนปรับปรุงที่ดินบางส่วนตั้งอยู่บนที่
ดินดังกล่าวบางแปลง ในปี 2541 บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินย้อนหลังเป็นจำนวน
24.1 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีการเจรจาต่อรองกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว
ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้เข้าทำบันทึกข้อตกลงจำนวน
สองฉบับกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวโดยสามารถสรุปได้ดังนี้
(1) บริษัทตกลงที่จะจ่ายค่าชดเชยในการใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้ง 4 แปลง ที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี
2537 เป็นเงินรวม 6.5 ล้านบาท ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 (บริษัทได้บันทึกค่าชดเชยในการใช้ประโยชน์
ในที่ดินดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2542 ทั้งจำนวน)
(2) บริษัทตกลงเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคาร และที่ดินอีก 4 แปลง โดยยินยอมเสียค่าเช่าที่
ดินพร้อมอาคารในอัตราตารางเมตรละ 120.00 บาทต่อเดือน (เป็นเงิน 444,000 บาทต่อเดือน) และเสียค่า
เช่าที่ดินในอัตราตารางวาละ 50 บาทต่อเดือน (เป็นเงินรวม 252,100 บาทต่อเดือน) ตามลำดับ โดยมีอายุ
การเช่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 (บริษัทได้ทำสัญญาเช่ากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง
กันดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2543)
(3) บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวให้คำมั่นว่าภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ในบันทึกข้อตกลงนี้ บริษัทที่
เกี่ยวข้องกันดังกล่าวจะไม่ขายหรือให้เช่าที่ดินพร้อมอาคาร และที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะ
ขายหรือให้เช่ากับบริษัทเท่านั้น พร้อมทั้งตกลงยืนราคาที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินอีกแปลงหนึ่งดังกล่าวใน
ราคา 41.0 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวขอรักษาเงินล่วงหน้าตามสัญญา
จะซื้อจะขายฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 จำนวน 20.5 ล้านบาท ในระหว่างที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดัง
กล่าวได้ให้คำมั่นตามบันทึกข้อตกลงนี้
ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารและที่
ดินอีก 4 แปลง (ตาม (2) ข้างต้น) ในวงเงิน 85.0 ล้านบาท จากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ทั้งนี้ได้มอบ
หมายให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้เจรจาเงื่อนไขการชำระเงินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว โดยจะเสนอต่อที่
ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ให้ความเห็นชอบต่อไป
โดยการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ผู้ถือหุ้นของบริษัทมีมติไม่เห็น
ชอบเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ในการชำระค่าชดเชยจากการใช้ที่ดิน
การเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินอีก 4 แปลง การที่จะให้บริษัทที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเก็บรักษา
เงินล่วงหน้าตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 และการจะซื้อที่ดิน
พร้อมอาคารและที่ดินอีก 4 แปลง ในวงเงิน 85.0 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2543 ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้
มีมติเห็นชอบในการเข้าทำรายการที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวข้างต้นแล้ว และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2543 บริษัท
ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินเปล่ากับบริษัท ทานตะวันธุรกิจ จำกัด รวม 8 โฉนด มูล
ค่าตามสัญญารวมทั้งสิ้น 85.0 ล้านบาท โดยบริษัทตกลงที่จะจ่ายชำระค่าซื้อทรัพย์สินดังกล่าวดังนี้
1. ชำระโดยนำเงินที่ได้ชำระล่วงหน้าให้แก่บริษัท ทานตะวันธุรกิจ จำกัด แล้วจำนวน 20.5 ล้าน
บาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540
2. ชำระเป็นจำนวน 34.5 ล้านบาท ในวันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ (บริษัทได้ทำสัญญาซื้อ
ขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้วในวันที่ 4 เมษายน 2543)
3. ชำระส่วนที่เหลือจำนวน 30 ล้านบาท โดยการออกตั๋วเงินอายุ 6 เดือน นับจากวันจดทะเบียน
โอนกรรมสิทธิ์
8. เงินมัดจำเพื่อซื้อเครื่องจักร
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2542 บริษัทได้ทำสัญญาซื้อเครื่องจักรกับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน
61.75 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ณ วันที่ 30 กันยายน 2542 บริษัทได้จ่ายเงินมัดจำแล้ว 30%
เป็นจำนวนเงิน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และได้แสดงไว้ภายใต้บัญชีสินทรัพย์อื่นในงบดุล
ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรในมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าเครื่องจักร
รวม ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2542 โดยต่อมาได้อนุมัติการขอผ่อนผันต่อไปอีก 2 ครั้ง เป็นภายในวันที่
16 กันยายน 2542 และวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ตามลำดับ เนื่องจากคู่สัญญาแจ้งว่าได้มีการประกอบเครื่อง
จักรแล้ว เกิดความผิดปกติในการเดินเครื่อง จึงยังไม่สามารถส่งมอบได้ นอกจากนี้บริษัทจะต้องจ่ายชำระ
ค่าเครื่องจักร 50% เป็นจำนวนเงิน 30.9 ล้านบาท เมื่อได้รับเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว และอีก 20% เป็น
จำนวนเงิน 12.4 ล้านบาท ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการ
ทดสอบแล้ว และหากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบเครื่องจักรจะต้องจ่ายคืนเงินมัดจำแก่บริษัท ต่อมาเมื่อวันที่ 16
ธันวาคม 2542 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรดังกล่าว เนื่องจาก
ฝ่ายผู้จะขายไม่สามารถดำเนินการจัดสร้างและผลิตเครื่องจักรให้ตรงตามคุณสมบัติและคุณภาพที่ผู้จะซื้อ
กำหนดได้ และผู้จะขายตกลงจะคืนเงินมัดจำจำนวน 18.53 ล้านบาท พร้อมเบี้ยปรับอีกจำนวน 0.35 ล้าน
บาท ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2543
ในวันที่ 7 มกราคม 2543 บริษัทได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรสำหรับเครื่องจักรอีกกลุ่มหนึ่ง
ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญากับบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 19.18 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่า
เพิ่ม) โดยบริษัทตกลงที่จะจ่ายเงินมัดจำจำนวน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในวันที่ทำสัญญา
และอีกจำนวนที่เหลือ 0.65 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะจ่ายชำระภายใน 30 วันนับจากวันที่ติดตั้ง
เครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการทดสอบแล้ว โดยผู้จะซื้อตกลงที่จะส่งมอบเครื่องจักรเป็น 3
งวด คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2543 และวันที่ 30 มิถุนายน 2543 จำนวนครั้งละไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ
มูลค่าที่ซื้อเครื่องจักรทั้งหมด และส่วนที่เหลือจะส่งมอบภายในวันที่ 29 กันยายน 2543 ในการนี้บริษัทได้จ่าย
เงินมัดจำตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรใหม่ โดยเงินมัดจำที่ผู้จะขายจะต้องจ่ายคืน จาก
การยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเดิมดังกล่าว
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2543 บริษัทได้มีการยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรดังกล่าวข้างต้น
บริษัทได้บันทึกเงินมัดจำส่วนที่จะได้รับคืนพร้อมเบี้ยปรับเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 19.8 ล้านบาท และแสดงไว้
ภายใต้หัวข้อ "ลูกหนี้อื่น" ในงบดุลและบริษัทได้รับชำระคืนเงินดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2543
9. วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 บริษัทมีวงเงินเบิกเกินบัญชีจากธนาคาร จำนวน 41.50 ล้านบาท และ
วงเงินแพคกิ้งเครดิต, วงเงินเลตเตอร์ออฟเครดิตและวงเงินทรัสต์รีซีท อีกจำนวน 588.50 ล้านบาท วงเงิน
เบิกเกินบัญชีดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน
10. ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ประกอบอุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก
โดยจำแนกผลิตภัณฑ์หลักออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ หลอด, ถุงบาง, ถุงชิป ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อขาย
แสดงไว้เป็นประเภทอื่น ๆ โดยสรุปผลการดำเนินงานสำหรับแต่ละปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2543 และ 2542
ได้ดังนี้
พันบาท
2543 2542
หลอด ถุงบาง ถุงซิบ อื่น ๆ รวม รวม
ขายต่างประเทศ : 2543 28,818 45,955 90,588 2,903 168,264
: 2542 26,385 45,240 73,443 1,421 146,489
ขายในประเทศ : 2543 20,419 2,330 520 9 23,278
: 2542 8,702 969 710 88 10,469
รวม : 2543 49,237 48,285 91,108 2,912 191,542
: 2542 35,087 46,209 74,153 1,509 156,958
กำไรจากการ : 2543 9,138 5,242 12,315 425 27,120
ดำเนินงาน : 2542 8,580 6,330 20,078 310 35,298
รายได้อื่น 2,152 3,951
ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (18,841) (17,644)
ดอกเบี้ยจ่าย (35) (5)
ภาษีเงินได้ (3,250) (6,894)
กำไรสุทธิ 7,146 14,706
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 และ 2542 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสมสรุปได้
ดังนี้
พันบาท
2543 2542
หลอด ถุงบาง ถุงซิบ รวม รวม
ทรัพย์สินที่ใช้แยกตามผลิตภัณฑ์
: 2543 13,905 38,652 50,964 103,521
: 2542 16,757 44,154 52,228 113,139
ทรัพย์สินส่วนกลาง 13,174 13,924
รวมที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 116,695 127,063
11. การจัดสรรกำไร
ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2543 ได้มีมติให้บริษัทจ่ายเงินปันผลจากผล
การดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2542 ในอัตราหุ้นละ 1 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 8 ล้านบาท
ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 ได้มีมติให้บริษัทให้จัดสรรสำรองตาม
กฎหมายสำหรับปี 2541 เป็นเงิน 2,344,267.61 บาท และมีมติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของ
บริษัทในรอบปี 2541 ในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 14.0 ล้านบาท
12. สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน
เงินฝากธนาคารจำนวน 1.15 ล้านบาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างส่วนหนึ่งได้ใช้เป็นหลักประกัน
ภาระหนี้สินทุกประเภทที่มีกับธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2542 บริษัทได้ขอไถ่ถอนหลักประกันที่
ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้ว
บริษัทได้นำบัตรเงินฝากของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งจำนวน 8.1 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำ
ประกันเงินกู้กับธนาคารแห่งหนึ่ง
13. เรื่องอื่น
ก) ภูมิลำเนาและสถานะทางกฎหมายของบริษัท
บริษัทได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดกับกระทรวงพาณิชย์
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537 โดยมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ณ เลขที่ 143-144 หมู่ 8 ซอยกังวาล 2 ถนน
เพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ข) ลักษณะการดำเนินงานและกิจกรรมหลัก
บริษัทดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก
ค) ชื่อบริษัทใหญ่
บริษัทใหญ่ของบริษัทคือ บริษัท ทานตะวัน จำกัด
ง) จำนวนพนักงาน
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 บริษัทมีพนักงานจำนวนประมาณ 1,327 คน
จ) ข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่าย
รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
2543 และ 2542 มีดังนี้
พันบาท
2543 2542
ค่าเสื่อมราคา 4,583 4,870
ค่าใช้จ่ายตัดบัญชี 103 1,071
ค่าใช้จ่ายพนักงาน 42,977 44,224