ทานตะวันอตุสาหกรรมชี้แจงผลประกอบการ

20 February 1995
ทานตะวันอุตสาหกรรม ชี้แจงผลประกอบการของ บมจ.ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด(มหาชน)ที่ต่าง จากประมาณการเกิน 25% ตามที่ บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรรม จำกัด (มหาชน) ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เป็น บริษัทจดทะเบียนและเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิ กายน 2537 ด้วยประมาณการของผลประกอบการปี 2537 จะมีรายได้รวม 552.5 ล้านบาท และกำ ไรสุทธิ 44.8 ล้านบาท ซึ่งจากผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง บริษัทมีรายได้รวม 593.9 ล้านบาท กำ ไรสุทธิ 31.5 ล้านบาท (โปรดดูรายละเอียดตามเอกสารแนบ 2) บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอส ซี เอฟ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ขอชี้แจงร่วมกันถึงการที่บริษัท มีกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงของปี 2537 ต่ำกว่าประมาณการเกินร้อยละ 25 % นั้น เนื่องจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ 1. ต้นทุนการขายต่อยอดขายสูงขึ้นกว่าประมาณการร้อยละ 4.6 ในจำนวนนี้เป็นค่าวัตถุดิบร้อยละ 4.5 สาเหตุมาจาก การขึ้นราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าของบริษัท (โปรดพิ จารณารายละเอียดตามเอกสารแนบ 3) จะเห็นว่าในเดือนมกราคม - ธันวาคม 2537 ที่ผ่านมา รา คาเม็ดพลาสติก PP, HDPE และ LDPE สูงขึ้นร้อยละ 94.49, 74.07 และ 51.16 ตามลำดับ ใน ขณะที่ราคาขายสินค้าที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ปรับตัวขึ้นเพียงร้อยละ 14.45, 18.90 และ 8.82 ตามลำดับ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกิดผลกระทบทั้งตลาดโลก จนเป็นเหตุให้โรงงานผลิตพลาสติกแปร รูปขนาดเล็กต้องปิดตัวเองลงหลายบริษัท โดยบริษัทมีนโยบายรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และประ สงค์จะรักษาสัดส่วน MARKET SHARE ของบริษัทไว้ จึงปรับราคาขายสินค้าเพิ่มสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทก็ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงนโยบาย ระบบและวิธีการสั่งซื้อวัตถุดิบ ให้สอดคล้องกับนโยบายการขายตลอดเวลาและให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้ง หน่วยงานในการติดตามข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของราคาเม็ดพลาสติก ทำให้บริษัทรับ ทราบข้อมูลด้านราคาในปัจจุบัน และแนวโน้มราคาในตลาดโลกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ตลอดจน การกระจายความเสี่ยงในการจัดหาแหล่ง SUPPLY ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้มีการจัดตั้ง หน่วยงาน R&D เพื่อวิจัยพัฒนาโรงงาน เครื่องจักรและเทคนิคการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ ลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งพยายามเน้นการขยายการผลิตสินค้า ที่มี VALUE-ADDED และเป็นสินค้าที่ให้ NET MARGIN สูง ให้เป็นสินค้าหลักและมีสัดส่วนการขยายมากขึ้น รวมทั้งมีนโยบายในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่ม PRODUCT LINE ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้บริษัทมีผลกำไรสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังจะ ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทต่อไปด้วย 2. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นจากประมาณการประมาณ 1 % เนื่อง จากการที่บริษัทได้มีการขยายแลเพิ่มกำลังการผลิตโดยเฉพาะถุงบางและถุงซิบ ทำให้ต้องมีการเพิ่มบุค ลากรเพื่อรองรับการขยายงานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒ นาทรัพยากรบุคคลเพิ่มขึ้น ทั้งในรูปของผลตอบแทน ปรับปรุงสวัสดิการต่าง ๆ และอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำงานให้ทันสมัย ตลอดจนการเน้นฝึกอบรมสัมมนาให้มีความรู้ความชำนาญในงาน มากยิ่งขึ้น นอกจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรบุคคลดังกล่าวแล้ว บริษัทยังประสบกับภาวะค่า ระวางสินค้าในการส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านการส่งออกดังกล่าวได้ ปรับตัวลงสู่ภาวะปกติแล้ว สิ่งที่ส่งมาด้วย 2 ผลประกอบการจริงเทียบกับประมาณการปี 2537 บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) งบกำไรขาดทุน สำหรับงวด 12 เดือนสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2537 สอบทานแล้ว สอบทานแล้ว เกิดขึ้นจริง ประมาณการ ปี 2537 ปี 2537 จำนวนเงิน % จำนวนเงิน % รายได้ รายได้จากการขาย 562,941 94.79 % 533,000 96.47 % รายได้อื่น ๆ 30,952 5.21 % 19,486 3.53 % รวมรายได้ 593,893 100.00 % 552,486 100.00 % ค่าใช้จ่าย ต้นทุนขาย 435,556 73.34 % 388,267 70.28 % ค่าใช้จ่ายในการขาย/บริหาร 107,072 18.03 % 93,671 16.95 % ดอกเบี้ยจ่าย 5,766 0.97 % 6,078 1.10 % ภาษีเงินได้ 14,025 2.36 % 19,691 3.56 % รวมค่าใช้จ่าย 562,419 94.70 % 507,707 91.89 % กำไรสุทธิ 31,474 5.30 % 44,779 8.11 %