บการเงินไตรมาสที่ 2

16 August 1999
1.3 ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า บริษัทแสดงลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า โดยหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งเป็นจำนวนที่คาดว่าจะ เรียกเก็บไม่ได้จากลูกหนี้ทั้งสิ้นที่มีอยู่โดยประมาณจากประสบการณ์การเรียกเก็บหนี้ในอดีต และการวิเคราะห์ ฐานะของลูกหนี้ในปัจจุบัน 1.4 สินค้าคงเหลือ สินค้าคงเหลือแสดงในราคาทุนตามวิธีถัวเฉลี่ย หรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำ กว่า 1.5 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์แสดงในราคาทุนสุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสม ค่าเสื่อมราคาและรายการ ตัดบัญชี คำนวณโดยวิธีเส้นตรงในอัตราร้อยละ 5 สำหรับอาคาร และร้อยละ 10-20 สำหรับอุปกรณ์ 1.6 ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จำนวน 2.42 ล้านบาท โดย มีกำหนดตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายภายใน 5 ปี นับแต่วันที่มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์นั้น และค่าใช้จ่ายในการนำ บริษัทเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 6.42 ล้านบาท โดยมีกำหนดตัดบัญชีเป็นค่า ใช้จ่ายภายใน 5 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และค่าใช้จ่ายแบบพิมพ์ ตัดบัญชีเป็นค่าใช้ จ่ายภายใน 2 ปี 1.7 รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศ รายการบัญชีที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่เกิดขึ้นระหว่างงวด แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตรา แลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการ สินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันสิ้นงวด แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตรา แลกเปลี่ยน ณ วันนั้น กำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าดังกล่าวรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุน 1.8 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ประกอบด้วย เงินสดในมือและเงินฝากธนาคาร เงินฝาก สถาบันการเงิน หักด้วยเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและเงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกัน 1.9 กำไรต่อหุ้น กำไรต่อหุ้นคำนวณโดยการหารกำไรสุทธิ ด้วยจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว ณ วันสิ้นงวด 2. รายการบัญชีกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทมีรายการบัญชีกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นสาระสำคัญ ผลของรายการดังกล่าวได้ แสดงไว้ในงบการเงินระหว่างกาลตามมูลฐานที่ตกลงร่วมกันระหว่างบริษัทกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน รายการบัญชีที่เป็นสาระสำคัญระหว่างบริษัทกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันสำหรับแต่ละงวดสามเดือน และหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 มีดังนี้ พันบาท สำหรับงวดสามเดือน สำหรับงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 2541 2542 2541 บริษัทซื้อสินค้าจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันเป็นจำนวนเงิน 1,723 1,089 4,312 2,617 บริษัทจ่ายค่าเช่าและค่าบริการ ให้แก่ กิจการที่เกี่ยวข้องกัน เป็นจำนวนเงิน 916 852 1,786 1,745 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2541 มีรายการยอดคงเหลือกับกิจการที่ เกี่ยวข้องกัน ดังนี้ พันบาท ณ วันที่ 30 ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2542 ธันวาคม 2541 เงินลงทุนในหุ้นสามัญ-บริษัท ทานตะวันมาร์เก็ตติ้ง จำกัด 150 150 เงินล่วงหน้าเพื่อซื้อทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน บริษัท ทานตะวันธุรกิจ จำกัด 20,500 20,500 เจ้าหนี้การค้า-กิจการที่เกี่ยวข้องกัน บริษัท ฟลาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 514 713 ค่าเช่าค้างจ่าย 2 6 3. ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า บัญชีนี้ ประกอบด้วย พันบาท ณ วันที่ 30 ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2542 ธันวาคม 2541 ลูกหนี้การค้าในประเทศ 5,167 8,965 ลูกหนี้การค้าต่างประเทศ 63,179 73,071 เช็คลงวันที่ล่วงหน้า 4,955 1,357 73,301 83,393 หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (3,799) (3,717) ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า-สุทธิ 69,502 79,676 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2541 บริษัทมีลูกหนี้การค้าผิดนัดชำระ หนี้เกินจำนวน 11 ราย แยกตามอายุของลูกหนี้ได้ดังนี้ พันบาท ณ วันที่ 30 ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2542 ธันวาคม 2541 มากกว่า 3 เดือนถึง 6 เดือน 2,370 1,379 มากกว่า 6 เดือนถึง 12 เดือน 684 1,704 มากกว่า 12 เดือนขึ้นไป 2,873 2,980 รวม 5,927 6,063 4. สินค้าคงเหลือ บัญชีนี้ ประกอบด้วย พันบท ณ วันที่ 30 ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2542 ธันวาคม 2541 สินค้าสำเร็จรูป 19,805 15,963 สินค้าระหว่างผลิต 19,715 14,461 วัตถุดิบ 26,651 22,483 วัสดุโรงงาน 10,876 6,609 สินค้าระหว่างทาง 5,924 - รวม 82,971 59,516 หัก ค่าเผื่อการลดค่าของสินค้าคงเหลือ (2,963) (5,800) สินค้าคงเหลือ-สุทธิ 80,008 53,716 5. เงินลงทุนระยะยาว บัญชีนี้ ประกอบด้วย พันบาท ประเภทของกิจการ ณ วันที่ 30 ณ วันที่ 31 มิถุนายน 2542 ธันวาคม 2541 บริษัท ทานตะวันมาร์เก็ตติ้ง จำกัด HOLDING COMPANY 150 150 ธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) ธนาคาร - - รวมเงินลงทุนทั่วไปในตราสารทุน 150 150 บัตรเงินฝาก 8,091 8,091 รวมเงินลงทุนระยะยาว 8,241 8,241 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2541 บริษัทมีเงินลงทุนในหุ้นทุนของ สถาบันการเงินที่ถูกทางเข้าควบคุมโดยการสั่งให้ลดทุน มูลค่าเงินลงทุนตามราคาทุน 96,512.50 บาท และ บริษัทได้ปรับผลขาดทุนจากการลดราคาของเงินลงทุนดังกล่าวแล้วจำนวน 96,444.25 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2541 เงินลงทุนในตั๋วเงินรับสถาบันการ เงินจำนวน 8,090,592.64 บาท เป็นตั๋วเงินรับของสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ เนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการไม่ ได้รับความเห็นชอบจากองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2540 ซึ่งในปี 2541 บริษัทได้เปลี่ยนเป็นบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทยตามโครงการธนาคารกรุงไทยรับเปลี่ยนตั๋วบริษัทเงิน ทุน 42 บริษัท บัตรเงินฝากครบกำหนดวันที่ 12 ธันวาคม 2543 กำหนดรับชำระดอกเบี้ยรายปี ในอัตราดอก เบี้ยลอยตัวตามประกาศของธนาคารกรุงไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2542 บัตร เงินฝากดังกล่าวติดภาระค้ำประกันเงินกู้ยืมต่าง ๆ กับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 6. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ บัญชีนี้ ประกอบด้วย พันบาท ยอดตามบัญชี จำนวน จำนวน ยอดตามบัญชี วิธีการคิด อายุการ มูลค่าตาม ณ 31 ธค.41 ที่เพิ่มขึ้น ที่ลดลง ณ 30 มิย.42 ค่าเสื่อม ใช้งาน บัญชีสุทธิ ราคา (ปี) 30 มิย.42 ราคาทุน ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน 16,198 - - 16,198 เส้นตรง 5-20 12,820 อาคารและส่วนปรับปรุงอาคาร 46,715 500 - 47,215 เส้นตรง 5-20 21,940 เครื่องจักรและอุปกรณ์ 177,231 3,868 - 181,099 เส้นตรง 5-10 75,615 เครื่องมือเครื่องใช้ 10,762 912 - 11,674 เส้นตรง 5 3,243 เครื่องตกแต่งติดตั้งและเครื่องใช้ฯ 6,032 99 - 6,131 เส้นตรง 5 887 ยานพาหนะ 14,265 3 - 14,268 เส้นตรง 5 3,791 งานระหว่างก่อสร้างและเครื่องจักร ระหว่งการติดตั้ง 3,456 5,403 - 8,859 8,859 รวม 274,659 10,785 - 285,444 127,155 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (148,519) (9,770) (158,289) ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ 126,140 127,155 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2541 บริษัทมีอาคารและส่วนปรับปรุงที่ ดินบางส่วน ราคาทุนจำนวน 8,474,659.75 บาท (มูลค่าตามบัญชีจำนวน 7,484,377.88 บาท) และ 8,474,659.75 บาท (มูลค่าตามบัญชีจำนวน 7,694,504.34 บาท) ตามลำดับ ตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งเป็นของ บริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่ง โดยยังไม่มีการทำสัญญาเช่าระหว่างกัน 7. เงินล่วงหน้าเพื่อซื้อทรัพย์สิน บริษัทพยายามที่จะซื้อที่ดินและอาคารจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และวันที่ 31 ธันวาคม 2541 เงินล่วงหน้าเพื่อซื้อทรัพย์สินเป็นรายการที่บริษัทจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อซื้อ ทรัพย์สินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2540 ราคา ตามสัญญารวมทั้งสิ้น 41 ล้านบาท โดยบริษัทได้ชำระแล้ว 50% เป็นจำนวนเงิน 20.5 ล้านบาท ในวันทำ สัญญาโดยชำระเป็นตั๋วเงินรับของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง จำนวนเงิน 20,232,717.81 บาท ซึ่งเป็นตั๋วสัญญา ใช้เงินของสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ เนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการไม่ได้รับความเห็นชอบจากองค์การเพื่อการ ปฏิรูปสถาบันการเงินเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2540 ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2541 และวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ได้ มีมติไม่อนุมัติให้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว บริษัทจึงได้แจ้งยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย และขอคืนเงินที่จ่ายล่วง หน้า จำนวน 20.5 ล้านบาท ตามหนังสือแจ้งยกเลิกลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2541 ปัจจุบันบริษัทยังไม่สามารถ เรียกเงินคืนได้ และอยู่ในระหว่างการเจรจาต่อรองกับบริษัทดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีเอกสารเป็นหลักฐานยืนยันกำหนด เวลาที่จะทำการซื้อขาย หรือการคืนเงินล่วงหน้าดังกล่าว 8. เงินมัดจำเพื่อซื้อเครื่องจักร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2542 บริษัทได้ทำสัญญาซื้อเครื่องจักรกับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 61.7 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทได้จ่ายเงินมัดจำแล้ว 30% เป็น จำนวนเงิน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และได้แสดงไว้ภายใต้บัญชีสินทรัพย์อื่นในงบดุล ภายใต้ เงื่อนไขของสัญญาผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรในมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าเครื่องจักรรวม ภายใน วันที่ 16 มิถุนายน 2542 ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2542 บริษัทได้อนุมัติการขอผ่อนผันในการขยายระยะ เวลาส่งมอบเครื่องจักร จากเดิมอีก 2 เดือน โดยผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2542 และผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรส่วนที่เหลือภายในวันที่ 14 กันยายน 2542โดยบริษัทจะต้องจ่ายชำระค่า เครื่องจักร 50% เป็นจำนวนเงิน 30.9 ล้านบาท เมื่อได้รับเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว และอีก 20% เป็นจำนวนเงิน 12.4 ล้านบาท ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการทดสอบแล้ว และ หากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบเครื่องจักรจะต้องจ่ายคืนเงินมัดจำแก่บริษัทภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2542 9. ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ประกอบอุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยจำแนกผลิตภัณฑ์หลักออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ หลอด, ถุงบาง, ถุงชิป ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อขาย แสดงไว้เป็นประเภทอื่น ๆ โดยสรุปผลการดำเนินงานสำหรับแต่ละงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 ได้ดังนี้ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 พันบาท 2542 2541 หลอด ถุงบาง ถุงซิบ อื่น ๆ รวม รวม ขายต่างประเทศ : 2542 35,227 30,920 80,638 4,260 151,045 : 2541 57,471 62,695 112,037 3,812 236,015 ขายในประเทศ : 2542 5,642 1,253 538 83 7,516 : 2541 4,224 692 359 13 5,288 รวม : 2542 40,869 32,173 81,176 4,343 158,561 : 2541 61,695 63,387 112,396 3,825 241,303 กำไรจากการ ดำเนินงาน : 2542 8,832 1,798 15,814 860 27,304 : 2541 20,080 9,354 29,945 735 60,114 รายได้อื่น 152 18,577 ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (12,470) (20,854) ดอกเบี้ยจ่าย (64) (391) ภาษีเงินได้ (3,633) (17,149) กำไรสุทธิ 11,289 40,297 สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 พันบาท 2542 2541 หลอด ถุงบาง ถุงซิบ อื่น ๆ รวม รวม ขายต่างประเทศ : 2542 61,612 76,160 154,081 5,681 297,534 : 2541 103,448 128,239 211,499 6,354 449,540 ขายในประเทศ : 2542 14,344 2,222 1,248 171 17,985 : 2541 8,727 2,914 812 153 12,606 รวม : 2542 75,956 78,382 155,329 5,852 315,519 : 2541 112,175 131,153 212,311 6,507 462,146 พันบาท 2542 2541 กำไรจากการ ดำเนินงาน : 2542 17,412 8,128 35,892 1,170 62,602 : 2541 38,504 23,404 64,485 1,552 127,945 รายได้อื่น 4,103 1,491 ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (30,114) (25,699) ดอกเบี้ยจ่าย (69) (1,002) ภาษีเงินได้ (10,527) (30,748) กำไรสุทธิ 25,995 71,987 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสม สรุปได้ ดังนี้ พันบาท 2542 2541 หลอด ถุงบาง ถุงซิบ รวม รวม ทรัพย์สินที่ใช้แยกตามผลิตภัณฑ์ : 2542 16,046 42,946 54,793 113,785 : 2541 19,056 42,663 57,617 119,336 ทรัพย์สินส่วนกลาง 13,370 12,997 รวมที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 127,155 132,333 10. การจัดสรรกำไร ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 ได้มีมติให้บริษัทให้จัดสรรสำรอง ตามกฏหมายสำหรับปี 2541 เป็นเงิน 2,344,267.61 บาท และมีมติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน ของบริษัทในรอบปี 2541 ในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 14.0 ล้านบาท ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2541 ได้มีมติให้บริษัทให้จัดสรรสำรอง ตามกฏหมายในอัตราร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2540 เป็นเงิน 1,631,520.32 บาท และมีมติจ่ายเงิน ปันผลจากผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2540 ในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 10 ล้านบาท 11. สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน เงินฝากธนาคารจำนวน 1 ล้านบาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างส่วนหนึ่งได้ใช้เป็นหลักประกัน ภาระหนี้สินทุกประเภทที่มีกับธนาคารพาณิชย์ บริษัทได้นำบัตรเงินฝากของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งจำนวน 8.1 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์ ค้ำประกันเงินกู้กับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 12. ภาระผูกพัน บริษัทได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันโดยมีระยะเวลาการเช่า 3 ปี โดยมีอัตราค่า เช่าเดือนละ 273,250 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทผูกพันที่จะจ่ายค่าเช่าในอนาคตตามสัญญาเป็น จำนวนเงินรวมประมาณ 2.5 ล้านบาท 13. หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในภายหน้า บริษัทมีอาคารและส่วนปรับปรุงที่ดินบางส่วน ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่ง หนึ่ง โดยไม่มีการทำสัญญาเช่าระหว่างกัน ในปี 2541 บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินย้อน หลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2537 ถึงปี 2541 เป็นจำนวน 24.1 ล้านบาท บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับบริษัทที่ เกี่ยวข้องกันดังกล่าวและผลสรุปของจำนวนภาระหนี้สินเกี่ยวกับค่าเช่าที่ดินดังกล่าว ยังไม่อาจทราบได้ในขณะนี้ บริษัทจึงมิได้บันทึกภาระหนี้สินเกี่ยวกับค่าเช่าที่ดินดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน 14. ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 และการแก้ไขปรับปรุง ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ระบบตัวเลขสอง หลักเพื่อระบุปีแทนที่จะเป็นตัวเลขสี่หลัก โดยระบบคอมพิวเตอร์อาจอ่านปี ค.ศ. 2000 เป็นปีอื่น ๆ ทั้งนี้ระบบที่ ใช้ดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดเมื่อมีการประมวลข้อมูลที่ใช้วันที่ก่อนในหรือวันที่ 1 มกราคม 2543 ข้อผิดพ ลาดังกล่าวอาจมีผลต่อการดำเนินงานและการรายงานทางการเงิน ซึ่งอาจเป็นข้อผิดพลาดที่เล็กน้อยจนถึงขั้นเกิด ความล้มเหลวของระบบงานที่สำคัญ หากมิได้ปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและทันกาล อาจจะมีผลก ระทบต่อความสามารถของกิจการในการดำเนินธุรกิจตามปกติ นอกจากนี้ยังไม่ อาจมั่นใจได้ว่ากิจการ ตลอดจนผู้ซื้อสินค้า ผู้ขายสินค้าและกิจการอื่นที่ดำเนินธุรกิจด้วยจะสามารถแก้ไข ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 ได้ทั้งหมด บริษัทได้เริ่มดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ (โปรแกรมและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์) เพื่อแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000 ในเดือนสิงหาคม 2541 โดยคาดว่าจะกำหนดเสร็จภายในเดือน ตุลาคม 2542 และ คาดว่าจะมีรายจ่ายทั้งสิ้นประมาณ 400,000 บาท โดยจะถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทในงวดที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายจ่ายเกี่ยวกับโครงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 ถึงแม้บริษัท คาดว่าจะสามารถทำการแก้ไขปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ได้ทัน เมื่อถึงปี ค.ศ. 2000 บริษัทยังคงมีความเสี่ยงต่อการ ที่บริษัทอื่นที่ดำเนินธุรกิจด้วย จะไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงระบบได้ทันกาล และอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน ของบริษัทได้ ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถประมาณผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะนี้ 15. การจัดประเภทบัญชีใหม่ บริษัทได้จัดประเภทบัญชีบางบัญชีในงบการเงินสำหรับงวดปี 2541 ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับ การแสดงรายการในงบการเงินสำหรับงวดปี 2542 16. เรื่องอื่น ก) ภูมิลำเนาและสถานะทางกฏหมายของบริษัท บริษัทได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดกับกระทรวง พาณิชย์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537 โดยมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ณ เลขที่ 143-144 หมู่ 8 ซอยกังวาล 2 ถนน เพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ข) ลักษณะการดำเนินงานและกิจกรรมหลัก บริษัทดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก ค) ชื่อบริษัทใหญ่ บริษัทใหญ่ของบริษัทคือ บริษัท ทานตะวัน จำกัด ง) จำนวนพนักงาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทมีพนักงานจำนวนประมาณ 1,370 คน จ) ข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่าย รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 มีดังนี้ พันบาท สำหรับงวดสามเดือน สำหรับงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2542 2541 2542 2541 ค่าเสื่อมราคา 4,900 5,522 9,770 11,011 ค่าใช้จ่ายตัดบัญชี 1,121 439 2,193 874 ค่าใช้จ่ายพนักงาน 38,664 33,610 77,583 65,850 กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นของ หลักทรัพย์เพื่อค้า- หน่วยลงทุน 270 - 270 - *** OPT 1.50