บการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2543

15 August 2000
ณ วันที่ 30 ณ วันที่ 31 ประเภทของกิจการ มิถุนายน 2543 ธันวาคม 2542 บริษัท ทานตะวันมาร์เก็ตติ้ง จำกัด HOLDING COMPANY 150 150 ธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) ธนาคาร - - รวมเงินลงทุนทั่วไปในตราสารทุน 150 150 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 และวันที่ 31 ธันวาคม 2542 บริษัทมีเงินลงทุนในหุ้นทุนของสถาบัน การเงินที่ถูกทางการเข้าควบคุมโดยการสั่งให้ลดทุน มูลค่าเงินลงทุนตามราคาทุน 96,512.50 บาท และ บริษัทได้ปรับผลขาดทุนจากการลดราคาของเงินลงทุนดังกล่าวแล้วจำนวน 96,444.25 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 และวันที่ 31 ธันวาคม 2542 เงินลงทุนในตั๋วเงินรับสถาบันการเงิน จำนวน 8,090,592.64 บาท เป็นตั๋วเงินรับของสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ เนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการไม่ได้ รับความเห็นชอบจากองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน ซึ่งในปี 2541 บริษัทได้เปลี่ยนเป็นบัตรเงิน ฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทยตามโครงการธนาคารกรุงไทยรับเปลี่ยนตั๋วบริษัทเงินทุน 42 บริษัท บัตรเงิน ฝากครบกำหนดวันที่ 12 ธันวาคม 2543 กำหนดรับชำระดอกเบี้ยรายปี ในอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศ ของธนาคารกรุงไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 และวันที่ 31 ธันวาคม 2542 บัตรเงินฝากดังกล่าวติดภาระ ค้ำประกันเงินกู้ยืมต่าง ๆ กับธนาคารแห่งหนึ่ง และ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 บริษัทได้แสดงบัตรเงินฝาก รวมไว้ในบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงิน ภายใต้หัวข้อ "เงินลงทุนระยะสั้น" ในงบดุล 6. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ บัญชีนี้ ประกอบด้วย พันบาท ยอดตามบัญชี จำนวน จำนวน ยอดตามบัญชี วิธีการคิด อายุการ มูลค่าตาม ณ 31 ธค.42 ที่เพิ่มขึ้น ที่ลดลง ณ 30 มิย.43 ค่าเสื่อม ใช้งาน บัญชีสุทธิ ราคา (ปี) 30 มิย. 43 ราคาทุน ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน 16,198 73,351 - 89,549 เส้นตรง 5-20 86,116 อาคารและส่วนปรับปรุงอาคาร 47,962 13,000 - 60,962 เส้นตรง 5-20 32,950 เครื่องจักรและอุปกรณ์ 183,570 7,642 (12) 191,200 เส้นตรง 5-10 72,977 เครื่องมือเครื่องใช้ 12,499 563 (10) 13,052 เส้นตรง 5 3,259 เครื่องตกแต่งติดตั้งและเครื่องใช้ฯ 6,317 30 - 6,347 เส้นตรง 5 681 ยานพาหนะ 15,420 95 (363) 15,152 เส้นตรง 5 3,481 งานระหว่างก่อสร้างและเครื่องจักร ระหว่างการติดตั้ง 12,728 4,240 (6,575) 10,393 10,393 รวม 294,694 98,921 (6,960) 386,655 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (167,839) (9,341) 382 (176,798) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 126,855 209,857 209,857 7. ที่ดินและเงินล่วงหน้าเพื่อซื้อทรัพย์สินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2540 บริษัทได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารกับบริษัทที่เกี่ยว ข้องกันแห่งหนึ่ง จำนวนเงินตามสัญญารวมทั้งสิ้น 41 ล้านบาท โดยบริษัทได้ชำระแล้ว 50% ในวันทำสัญญา เป็นจำนวนเงิน 20.5 ล้านบาท ต่อมาในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2541 และวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ผู้ถือหุ้นได้มีมติไม่อนุมัติให้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว บริษัทจึงได้แจ้งยกเลิกสัญญาจะซื้อ จะขาย และขอคืนเงินที่จ่ายล่วงหน้า จำนวน 20.5 ล้านบาท ตามหนังสือแจ้งยกเลิกลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2541 แต่ไม่สามารถเรียกคืนได้ นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2537 บริษัทได้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว รวม 4 แปลง โดยไม่มีการทำสัญญาเช่าระหว่างกัน โดยบริษัทได้มีอาคารและส่วนปรับปรุงที่ดินบางส่วนตั้งอยู่บนที่ ดินดังกล่าวบางแปลง ในปี 2541 บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินย้อนหลังเป็นจำนวน 24.1 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีการเจรจาต่อรองกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้เข้าทำบันทึกข้อตกลงจำนวน สองฉบับกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวโดยสามารถสรุปได้ดังนี้ (1) บริษัทตกลงที่จะจ่ายค่าชดเชยในการใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้ง 4 แปลง ที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี 2537 เป็นเงินรวม 6.5 ล้านบาท ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 (บริษัทได้บันทึกค่าชดเชยในการใช้ประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2542 ทั้งจำนวน) (2) บริษัทตกลงเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคาร และที่ดินอีก 4 แปลง โดยยินยอมเสียค่าเช่าที่ ดินพร้อมอาคารในอัตราตารางเมตรละ 120.00 บาทต่อเดือน (เป็นเงิน 444,000 บาทต่อเดือน) และเสียค่า เช่าที่ดินในอัตราตารางวาละ 50 บาทต่อเดือน (เป็นเงินรวม 252,100 บาทต่อเดือน) ตามลำดับ โดยมีอายุ การเช่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2543 (บริษัทได้ทำสัญญาเช่ากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง กันดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2543) (3) บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวให้คำมั่นว่าภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ในบันทึกข้อตกลงนี้ บริษัทที่ เกี่ยวข้องกันดังกล่าวจะไม่ขายหรือให้เช่าที่ดินพร้อมอาคาร และที่ดินอีกแปลงหนึ่งแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะ ขายหรือให้เช่ากับบริษัทเท่านั้น พร้อมทั้งตกลงยืนราคาที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินอีกแปลงหนึ่งดังกล่าวใน ราคา 41.0 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวขอรักษาเงินล่วงหน้าตามสัญญา จะซื้อจะขายฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 จำนวน 20.5 ล้านบาท ในระหว่างที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกันดัง กล่าวได้ให้คำมั่นตามบันทึกข้อตกลงนี้ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 คณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้ซื้อที่ดินพร้อมอาคารและที่ ดินอีก 4 แปลง (ตาม (2) ข้างต้น) ในวงเงิน 85.0 ล้านบาท จากบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ทั้งนี้ได้มอบ หมายให้กรรมการผู้จัดการเป็นผู้เจรจาเงื่อนไขการชำระเงินกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว โดยจะเสนอต่อที่ ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ให้ความเห็นชอบต่อไป โดยการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 ผู้ถือหุ้นของบริษัทมีมติไม่เห็น ชอบเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว ในการชำระค่าชดเชยจากการใช้ที่ดิน การเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินอีก 4 แปลง การที่จะให้บริษัทที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเก็บรักษา เงินล่วงหน้าตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 และการจะซื้อที่ดิน พร้อมอาคารและที่ดินอีก 4 แปลง ในวงเงิน 85.0 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2543 ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้ มีมติเห็นชอบในการเข้าทำรายการที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าวข้างต้นแล้ว และ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2543 บริษัท ได้ซื้อขายที่ดินพร้อมอาคารและที่ดินเปล่ากับบริษัท ทานตะวันธุรกิจ จำกัด รวม 8 โฉนด มูลค่าตามสัญญา รวมทั้งสิ้น 85.0 ล้านบาท โดยบริษัทจ่ายชำระค่าซื้อทรัพย์สินดังกล่าวดังนี้ 1. ชำระโดยนำเงินที่ได้ชำระล่วงหน้าให้แก่บริษัท ทานตะวันธุรกิจ จำกัด แล้วจำนวน 20.5 ล้าน บาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2540 2. ชำระเป็นจำนวน 34.5 ล้านบาท ในวันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ (บริษัทได้ทำสัญญาซื้อ ขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้วในวันที่ 4 เมษายน 2543) 3. ชำระส่วนที่เหลือจำนวน 30 ล้านบาท โดยการออกตั๋วเงินอายุ 6 เดือน นับจากวันจดทะเบียน โอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตามบริษัทได้จ่ายชำระส่วนนี้แล้วเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2543 โดยได้รับส่วนลดค่า ธรรมเนียมธนาคารและดอกเบี้ยจำนวน 813,992.98 บาท 8. เงินมัดจำเพื่อซื้อเครื่องจักร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2542 บริษัทได้ทำสัญญาซื้อเครื่องจักรกับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 61.75 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ณ วันที่ 30 กันยายน 2542 บริษัทได้จ่ายเงินมัดจำแล้ว 30% เป็นจำนวนเงิน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และได้แสดงไว้ภายใต้บัญชีสินทรัพย์อื่นในงบดุล ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรในมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าเครื่องจักร รวม ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2542 โดยต่อมาได้อนุมัติการขอผ่อนผันต่อไปอีก 2 ครั้ง เป็นภายในวันที่ 16 กันยายน 2542 และวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ตามลำดับ เนื่องจากคู่สัญญาแจ้งว่าได้มีการประกอบเครื่อง จักรแล้ว เกิดความผิดปกติในการเดินเครื่อง จึงยังไม่สามารถส่งมอบได้ นอกจากนี้บริษัทจะต้องจ่ายชำระ ค่าเครื่องจักร 50% เป็นจำนวนเงิน 30.9 ล้านบาท เมื่อได้รับเครื่องจักรครบถ้วนแล้ว และอีก 20% เป็น จำนวนเงิน 12.4 ล้านบาท ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการ ทดสอบแล้ว และหากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบเครื่องจักรจะต้องจ่ายคืนเงินมัดจำแก่บริษัท ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2542 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรดังกล่าว เนื่องจาก ฝ่ายผู้จะขายไม่สามารถดำเนินการจัดสร้างและผลิตเครื่องจักรให้ตรงตามคุณสมบัติและคุณภาพที่ผู้จะซื้อ กำหนดได้ และผู้จะขายตกลงจะคืนเงินมัดจำจำนวน 18.53 ล้านบาท พร้อมเบี้ยปรับอีกจำนวน 0.35 ล้าน บาท ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2543 ในวันที่ 7 มกราคม 2543 บริษัทได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรสำหรับเครื่องจักรอีกกลุ่มหนึ่ง ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญากับบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 19.18 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่า เพิ่ม) โดยบริษัทตกลงที่จะจ่ายเงินมัดจำจำนวน 18.53 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในวันที่ทำสัญญา และอีกจำนวนที่เหลือ 0.65 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะจ่ายชำระภายใน 30 วันนับจากวันที่ติดตั้ง เครื่องจักรเสร็จและเครื่องจักรทั้งหมดผ่านการทดสอบแล้ว โดยผู้จะซื้อตกลงที่จะส่งมอบเครื่องจักรเป็น 3 งวด คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2543 และวันที่ 30 มิถุนายน 2543 จำนวนครั้งละไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ มูลค่าที่ซื้อเครื่องจักรทั้งหมด และส่วนที่เหลือจะส่งมอบภายในวันที่ 29 กันยายน 2543 ในการนี้บริษัทได้จ่าย เงินมัดจำตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรใหม่ โดยเงินมัดจำที่ผู้จะขายจะต้องจ่ายคืน จาก การยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเดิมดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2543 บริษัทได้มีการยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรดังกล่าวข้างต้น บริษัทได้รับชำระคืนเงินดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2543 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2543 บริษัทได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายเครื่องจักรกับผู้ผลิตเครื่องจักรราย หนึ่งในการดำเนินการผลิตเครื่องจักรใหม่มาทดแทนเครื่องจักรเก่าเป็นจำนวนเงิน 8.7 ล้านเหรียญฮ่องกง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 บริษัทได้จ่ายเงินมัดจำแล้ว 30% เป็นจำนวนเงิน 2.6 ล้านเหรียญฮ่องกง คิดเป็นเงินไทยจำนวน 13.17 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาผู้ขายจะต้องส่งมอบเครื่องจักรซึ่งผ่านการ ทดสอบแล้วภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ลงนามในสัญญา 9. วงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 บริษัทมีวงเงินเบิกเกินบัญชีจากธนาคาร จำนวน 35 ล้านบาท และ วงเงินแพคกิ้งเครดิต วงเงินเลตเตอร์ออฟเครดิต วงเงินทรัสต์รีซีทและวงเงินค้ำประกัน อีกจำนวน 410 ล้าน บาท วงเงินเบิกเกินบัญชีดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน 10. ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ประกอบอุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยจำแนกผลิตภัณฑ์หลักออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ หลอด, ถุงบาง, ถุงซิบ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเพื่อขาย แสดงไว้เป็นประเภทอื่น ๆ โดยสรุปผลการดำเนินงานสำหรับแต่ละงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2543 และ 2542 ได้ดังนี้ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2543 และ 2542 พันบาท 2543 2542 หลอด ถุงบาง ถุงซิบ อื่น ๆ รวม รวม ขายต่างประเทศ : 2543 41,189 40,192 91,529 2,114 175,024 : 2542 35,227 30,920 80,638 4,260 151,045 ขายในประเทศ : 2543 12,528 2,767 579 64 15,938 : 2542 5,642 1,253 538 83 7,516 รวม : 2543 53,717 42,959 92,108 2,178 190,962 : 2542 40,869 32,173 81,176 4,343 158,561 กำไรจากการ ดำเนินงาน : 2543 11,400 5,448 13,982 383 31,213 : 2542 8,832 1,798 15,814 860 - 27,304 รายได้อื่น 1,713 152 ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (17,139) (12,470) ดอกเบี้ยจ่าย (105) (64) ภาษีเงินได้ (4,882) (3,633) กำไรสุทธิ 10,800 11,289 สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2543 และ 2542 พันบาท 2543 2542 หลอด ถุงบาง ถุงซิบ อื่น ๆ รวม รวม ขายต่างประเทศ : 2543 70,007 86,147 182,118 5,017 343,289 : 2542 61,612 76,160 154,081 5,681 297,534 ขายในประเทศ : 2543 32,947 5,097 1,098 73 39,215 : 2542 14,344 2,222 1,248 171 17,985 รวม : 2543 102,954 91,244 183,216 5,090 382,504 : 2542 75,956 78,382 155,329 5,852 315,519 กำไรจากการ ดำเนินงาน : 2543 20,538 10,690 26,297 808 58,333 : 2542 17,412 8,128 35,892 1,170 62,602 รายได้อื่น 3,865 4,103 ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (35,980) (30,114) ดอกเบี้ยจ่าย (140) (69) ภาษีเงินได้ (8,132) (10,527) กำไรสุทธิ 17,946 25,995 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 และ 2542 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสมสรุป ได้ ดังนี้ พันบาท 2543 2542 หลอด ถุงบาง ถุงซิบ รวม รวม ทรัพย์สินที่ใช้แยกตามผลิตภัณฑ์ : 2543 14,384 38,647 56,952 109,983 : 2542 16,046 42,946 54,793 113,785 ทรัพย์สินส่วนกลาง 99,060 13,370 รวมที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 209,043 127,155 11. การจัดสรรกำไร ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2543 ได้มีมติให้บริษัทจ่ายเงิน ปันผลจากผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2542 ในอัตราหุ้นละ 1 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 8 ล้านบาท ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2542 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 ได้มีมติให้บริษัทให้จัด สรรสำรองตาม กฎหมายสำหรับปี 2541 เป็นเงิน 2,344,267.61 บาท และมีมติจ่ายเงินปันผลจากผลการ ดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2541 ในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท จำนวน 8 ล้านหุ้น เป็นเงิน 14.0 ล้านบาท 12. สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน เงินฝากธนาคารจำนวน 1 ล้านบาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างส่วนหนึ่งได้ใช้เป็นหลักประกัน ภาระหนี้สินทุกประเภทที่มีกับธนาคารพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2542 บริษัทได้ขอไถ่ถอนหลักประกันที่ ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้ว บริษัทได้นำบัตรเงินฝากของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งจำนวน 8.1 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำ ประกันเงินกู้กับธนาคารแห่งหนึ่ง 13. เรื่องอื่น ก) ภูมิลำเนาและสถานะทางกฎหมายของบริษัท บริษัทได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537 โดยมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ณ เลขที่ 143-144 หมู่ 8 ซอยกังวาล 2 ถนน เพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ข) ลักษณะการดำเนินงานและกิจกรรมหลัก บริษัทดำเนินธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก ค) ชื่อบริษัทใหญ่ บริษัทใหญ่ของบริษัทคือ บริษัท ทานตะวัน จำกัด ง) จำนวนพนักงาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 บริษัทมีพนักงานจำนวนประมาณ 1,198 คน จ) ข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่าย รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมของค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2543 และ 2542 มีดังนี้ พันบาท สำหรับงวดสามเดือน สำหรับงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2543 2542 2543 2542 ค่าเสื่อมราคา 4,758 4,900 9,341 9,770 ค่าใช้จ่ายตัดบัญชี 977 1,121 1,950 2,193 ค่าใช้จ่ายพนักงาน 31,370 38,664 74,347 77,583