ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (เพิ่มเติม)
24 April 2003
I-BCON เลขที่ 022/2546
วันที่ 22 เมษายน 2546
เรื่อง เพิ่มเติมความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันของ
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
เรียน กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และผู้ถือหุ้น
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
ตามที่ บริษัท รวมกิจที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ("I-BCON") ในฐานะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระในการ
ให้ความเห็นต่อกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบและผู้ถือหุ้นรายย่อย เกี่ยวกับราคาที่ยุติธรรมและความสม
เหตุผลของรายการที่คณะกรรมการบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้มีมติอนุมัติ
การให้กู้ยืมเงินแก่บริษัท ทานตะวัน จำกัด ("บจก. ทานตะวัน") ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ เข้าข่ายเป็น
รายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยราย
การที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2537
I-BCON ได้มี หนังสือที่ I-BCON เลขที่ 017/2546 วันที่ 2 เมษายน 2546 ถึงกรรมการอิสระ กรรมการ
ตรวจสอบ และผู้ถือหุ้น เรื่องความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับราคาที่ยุติธรรมและความสมเหตุผลของ
รายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) นั้น เนื่องจากงบการเงิน ณ 31
ธันวาคม 2545 ของ บจก. ทานตะวัน ที่ I-BCON ได้รับ ณ ขณะที่ออกรายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงิน
ฯ นั้น เป็นงบการเงินที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี
บัดนี้งบการเงินของ บจก.ทานตะวัน ดังกล่าว ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว I-BCON จึงมี
ความเห็นต่อรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ เพิ่มเติมจาก ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับราย
การที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ที่ I-BCON เลขที่ 017/2546 วันที่ 2
เมษายน 2546 ดังนี้
ข้อมูลทางการเงินของบริษัท ทานตะวัน จำกัด
บจก. ทานตะวัน มีฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา สรุปได้ ดังนี้
หน่วย : บาท
2545 2544 2543
สินทรัพย์หมุนเวียน 319,163,652 271,276,403 220,958,371
รวมสินทรัพย์ 584,237,106 523,986,713 454,316,062
รวมหนี้สินหมุนเวียน 235,914,242 193,452,936 151,881,461
หุ้นสามัญ 70,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท 70,000,000 70,000,000 70,000,000
กำไรสะสม
จัดสรรแล้ว-สำรองตามกฎหมาย 7,000,000 7,000,000 7,000,000
ยังไม่ได้จัดสรร 271,322,864 253,533,777 225,434,601
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 348,322,864 330,533,777 302,434,601
รวมรายได้ 35,852,139 40,517,119 44,825,590
รวมค่าใช้จ่าย 18,063,052 14,429,340 20,408,859
กำไรสุทธิ 17,789,087 28,099,176 97,146,073
กำไรต่อหุ้น 254.13 401.41 1,387.80
ในปี 2543 และ 2544 บจก.ทานตะวัน มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 72.73 ล้านบาท และ
2.01 ล้านบาท ตามลำดับ
ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงิน
มีประวัติชำระหนี้ที่ดีมาโดยตลอด
การให้กู้แก่บจก.ทานตะวันเป็นการให้กู้ยืมโดยไม่มีการจดจำนองสินทรัพย์ถาวรไว้เป็นหลักทรัพย์ค้ำ
ประกัน คงมีเพียงการออกตั๋วสัญญาใช้เงินไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง
สูงกว่าการฝากเงินกับสถาบันการเงิน แต่จากอดีตที่ผ่านมา บจก.ทานตะวันมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาโดย
ตลอด ยังไม่เคยปรากฏว่ามีการผิดนัดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยต่อบริษัทฯ แต่อย่างใด และถึงแม้ว่าจะมี
การเลื่อนกำหนดการชำระคืนเงินกู้ในบางครั้ง ก็เป็นการต่ออายุเงินกู้โดย บจก. ทานตะวัน ออกตั๋วสัญญาใช้
เงินฉบับใหม่ให้หลักประกันการชำระหนี้แทนฉบับเดิมที่ครบกำหนด ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติโดยปกติ
ของการกู้ยืมเงินระยะสั้น จึงนับได้ว่าบจก.ทานตะวันเป็นลูกหนี้ที่มีความเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง
ถึงแม้ว่า ในอดีตที่ผ่านมา บจก.ทานตะวัน จะเคยมีประวัติเป็นหนี้ที่มีปัญหาและได้ดำเนินการปรับโครง
สร้างหนี้กับสถาบันการเงินในปี 2543 และ 2544 ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมจากบริษัทเงินทุน 2 แห่งจำนวน 100 ล้าน
บาทในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 21 และ 22.25 ต่อปี การปรับโครงสร้างหนี้ในครั้งนั้นได้ส่งผลให้ บจก.
ทานตะวัน ลดต้นเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย เป็นเงินต้นจำนวน 82.5 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 และ 7.5
ต่อปี ทำให้มีผลกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน 72.73 ล้านบาทและ 2.01ล้านบาทในปี 2543 และ
2544 ตามลำดับ นอกจากนี้การปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวยังทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายของบจก. ทานตะวัน
ลดลง
ซึ่งประวัติการเคยเป็นหนี้ที่มีปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยละ 21 และ 22.25 ต่อปี
และเป็นปัญหาที่ได้รับการแก้ไขเสร็จสิ้นไปแล้วในปัจจุบัน จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ
บจก. ทานตะวันในฐานะที่เป็นลูกหนี้ของบริษัทฯ
ความเสี่ยงในการได้รับชำระเงินคืน
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
ในกรณีทั่วไปการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจากการกู้ยืมจะมาจากกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงาน
สำหรับ บจก.ทานตะวัน ซึ่งประกอบธุรกิจในการลงทุนในหุ้นทุน (Holding Company) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย
ที่ บจก. ทานตะวัน จะต้องชำระให้แก่บริษัทฯ ประมาณ ปีละ 5.7 ล้านบาท (คำนวณโดยมีสมมติฐานว่า
บจก. ทานตะวัน กู้เงินเป็นจำนวนคงที่ 57 ล้านบาท ตลอดปี) จะมาจากเงินปันผลจ่ายของบริษัทฯ ประมาณ
ปีละ10.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นรายรับจากเงินปันผลของ บจก. ทานตะวัน เท่ากับ 4.6 ล้านบาท
สำหรับการชำระคืนเงินต้น เนื่องจาก บจก. ทานตะวัน มีสินทรัพย์หมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้และเงิน
ให้กู้ยืมบริษัทในเครือจำนวน 318.67 ล้านบาท มีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องมากกว่าหนี้สินหมุน
เวียน (Current Ratio) ที่ 1.40 เท่า ในปี 2544 และ 1.35 เท่า ในปี 2545 แสดงถึงความสามารถในการจัดการ
ภาระหนี้ระยะสั้นได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นสภาพคล่องในระดับที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของลูกหนี้
ด้วย
คุณภาพของลูกหนี้ของ บจก. ทานตะวัน
รายการลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมบริษัทในเครือของ บจก. ทานตะวัน ในปี 2545 จำนวน 318.67 ล้านบาท
ประกอบด้วยรายการดังนี้
ล้านบาท ลักษณะการประกอบธุรกิจ
เงินให้กู้ยืม (บริษัท ทานตะวันธุรกิจ จำกัด)278.04 Holding Company
เงินให้กู้ยืม (บริษัท ฟลาวเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) 3.50 ผลิตและจำหน่ายดอกไม้ประดิษฐ์
ดอกเบี้ยค้างรับ (อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4, 8, 10, 16 ต่อปี) 37.13
รวมลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมบริษัทในเครือ 318.67
จากงบกำไรขาดทุนของ บจก. ทานตะวัน ณ 31 ธันวาคม 2545 ที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี แสดง
รายได้ดอกเบี้ยรับจำนวน 17.83 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยจำนวน 18.02 ล้านบาท รวมราย
ได้ในปี 2545 จำนวน 35.85 ล้านบาท ซึ่งรายการดังกล่าวแสดงถึงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและ
คุณภาพของลูกหนี้ที่ บจก. ทานตะวัน มีอยู่ ซึ่งหากลูกหนี้ที่ บจก. ทานตะวัน มีอยู่ได้เปลี่ยนสถานะภาพเป็น
หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงในการได้รับชำระหนี้คืนของบริษัทฯ ด้วย
สรุปความเห็นเพิ่มเติมของที่ปรึกษาทางการเงิน
จากงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2545 ของบจก.ทานตะวัน ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินได้รับหลังจากที่
ได้ออกรายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ทานตะวันอุต
สาหกรรม จำกัด (มหาชน) ที่ I-BCON เลขที่ 017/2546 ลงวันที่ 2 เมษายน 2546 ไปแล้วนั้น ที่ปรึกษาทางการ
เงินมีความเห็นเพิ่มเติมว่า การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯในครั้งนี้ ยังคงมีความสมเหตุผลและยุติ
ธรรม หากแต่บริษัทฯ จะมีความเสี่ยงในการได้รับชำระคืน อันเนื่องจากคุณภาพของลูกหนี้ของ บจก. ทานตะวัน
เอง
อย่างไรก็ตามการเข้าทำรายการดังกล่าวเป็นทางเลือกหนึ่งในการบริหารเงินสดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์
สูงสุดต่อบริษัทฯ ภายใต้สถานะการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินอยู่ในระดับต่ำดังเช่นใน 2 ปีที่ผ่านมา
และถึงแม้ว่าจะเกิดกรณีที่เงินให้กู้ยืมแก่ บจก.ทานตะวันจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่องในอนาคต การ
ให้กู้ยืมดังกล่าวก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสภาพคล่องให้แก่บริษัทฯ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท รวมกิจที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด
(นาย อารักษ์ ราษฎร์บริหาร) (นางสาว พิมพ์ฝัน ไอน้ำทิพย์)
กรรมการผู้จัดการ ผู้ควบคุมการปฏิบัติงานในสายงานที่ปรึกษาทางการเงิน